กองทัพเรือออกประกาศเตือนฉบับใหม่ เฝ้าระวังทุ่นระเบิดทางทะเล สั่งเรือพาณิชย์ไทยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ-อ่าวเปอร์เซีย
วันนี้ (14 มีนาคม) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ (ศคจร.ศปก.ทร.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลฉบับเพิ่มเติม ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569
เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงไปยังผู้ประกอบการเดินเรือและเรือพาณิชย์สัญชาติไทย ให้เพิ่มความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการเดินเรือผ่านพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน และช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านอาวุธในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากการประเมินสถานการณ์ด้านยุทธวิธีและความมั่นคงทางทะเลล่าสุด กองทัพเรือพบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการนำทุ่นระเบิดทางทะเล (Sea Mines) มาใช้ในพื้นที่สู้รบดังกล่าว ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อโครงสร้างของเรือพาณิชย์ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางคมนาคมขนส่งทางทะเลที่สำคัญของโลก
เพื่อเป็นการป้องกันเหตุวิกฤต ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเลฯ จึงได้ออกข้อกำหนดและคำแนะนำเร่งด่วน 5 ประการ แก่เรือไทยและผู้ประกอบการเดินเรือ ดังนี้:
1. งดเว้นการเข้าพื้นที่: ให้หลีกเลี่ยงการนำเรือเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงสูง (High Risk Area) หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนทางยุทธศาสตร์หรือการพาณิชย์
2. ยกระดับความปลอดภัย: ขอให้บริษัทเจ้าของเรือทำการประเมินความเสี่ยงอย่างรัดกุม พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ISPS Code และแนวปฏิบัติ Best Management Practices (BMP)
3. เฝ้าระวังข่าวสาร: ให้ติดตามสถานการณ์การสู้รบและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลระดับนานาชาติอย่างใกล้ชิด
4. เตรียมพร้อมการสื่อสาร: ให้เรือทุกลำดำรงการติดต่อสื่อสารทางวิทยุผ่านคลื่นความถี่ Maritime Band ช่อง 16 ตลอดเวลา และเตรียมพร้อมตอบสนองต่อการติดต่อจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลในพื้นที่
5. แจ้งเหตุทันที: หากตรวจพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายทุ่นระเบิด หรือสังเกตเห็นเหตุการณ์ผิดปกติ ให้รีบแจ้งรายงานไปยัง ศคจร.ศปก.ทร., หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในทันที
นอกจากข้อปฏิบัติทั้ง 5 ประการแล้ว กองทัพเรือยังได้จัดทำคู่มือคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติเมื่อต้องเผชิญภัยจากทุ่นระเบิดทางทะเล เพื่อใช้เป็นแนวทางให้กำลังพลประจำเรือสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตหากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินเรือผ่านพื้นที่เสี่ยง
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้ประกอบการและลูกเรือไทยทุกคนปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยกองทัพเรือจะยังคงใช้กลไกของศูนย์ปฏิบัติการฯ ในการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของคนไทยในทันที
อ้างอิง : สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ