โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 อาการ สัญญาณเตือนภัย ‘ไขมันพอกตับ’ รีบปรับพฤติกรรมด่วน! ก่อนสายเกินแก้

Manager Online

เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

หลายคนอาจคิดว่าโรคไขมันพอกตับเป็นเรื่องของ “คนอ้วน” หรือ “คนดื่มแอลกอฮอล์” เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วคนผอมหรือคนที่น้ำหนักปกติก็เป็นได้ และที่น่ากลัวคือ “ตับเป็นอวัยวะที่อดทนมาก” มันจะไม่ส่งเสียงร้องบอกเราจนกว่าความเสียหายจะเริ่มรุนแรง

เรามาชวนฟัง 5 อาการสัญญาณเตือนที่ร่างกายพยายามบอกว่า ตับของคุณกำลังรับภาระหนักเกินไปและมีไขมันสะสมอยู่มาก

5 อาการสัญญาณเตือน: ร่างกายกำลังบอกอะไร?

1. รู้สึกเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลียตลอดเวลา: ต่อให้คุณนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกเพลียเหมือนคนไม่ได้นอน นั่นเพราะเมื่อตับทำงานหนักจากการต้องกำจัดไขมันที่สะสมอยู่ ตับจะไม่มีพลังงานไปทำหน้าที่อื่นๆ ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายรวนและส่งผลให้เราหมดแรง

2. แน่นท้อง จุกเสียดใต้ชายโครงขวา: หากคุณเริ่มรู้สึกอึดอัดแน่นท้องบ่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงด้านขวา (ตำแหน่งที่อยู่ของตับ) นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าตับเริ่มอักเสบหรือขยายตัวจนไปเบียดอวัยวะข้างเคียง ทำให้รู้สึกเจ็บแปลบหรือจุกเสียดได้

3. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ: โดยเฉพาะ “พุง” ที่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ไขมันที่พอกตับมักจะมาคู่กับไขมันในช่องท้อง แม้คุณจะคุมอาหารอยู่บ้างแต่น้ำหนักไม่ลดลงเลย นั่นเป็นเพราะระบบเผาผลาญของตับทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

4. ผิวพรรณดูหมองคล้ำหรือมีรอยปื้นสีเข้ม: สังเกตบริเวณคอ รักแร้ หรือข้อพับ ถ้าผิวดูหนาขึ้น หรือมีรอยดำปื้นๆ ที่ขัดไม่ออก นี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าร่างกายมีภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งมักเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไขมันพอกตับ

5. อาการท้องอืดและระบบย่อยอาหารรวน: ตับมีหน้าที่สร้างน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน เมื่อตับมีไขมันแทรกตัวอยู่ จะทำงานได้แย่ลง ทำให้เรารู้สึกท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือมีอาการคลื่นไส้บ่อยๆ หลังมื้ออาหาร

รีบปรับพฤติกรรมด่วน! “ตับ” ยังกู้คืนได้

ข่าวดีคือ ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่ “แก้ไขได้” หากคุณเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ ตับเป็นอวัยวะเดียวที่มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองสูงมาก

1. ตัด “น้ำตาล” และ “แป้งขัดขาว” อย่างจริงจัง: น้ำตาลในชาไข่มุก ขนมหวาน และผลไม้รสหวานจัด คือศัตรูตัวฉกาจที่เปลี่ยนเป็นไขมันในตับได้เร็วที่สุด ลดของหวานให้น้อยที่สุด แล้วหันไปทานแป้งไม่ขัดสีอย่างข้าวกล้องแทน

2. ขยับร่างกายให้เหงื่อซึม: การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ คือวิธีที่ได้ผลที่สุดในการดึงไขมันออกจากตับ

3. เลิกกินมื้อดึก: การทานอาหารก่อนนอนทำให้ร่างกายไม่ได้เผาผลาญพลังงาน และปล่อยให้ร่างกายเก็บพลังงานเหล่านั้นไว้ในรูปของไขมันพอกตับ พยายามจบมื้อสุดท้ายก่อนนอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง

4. งดแอลกอฮอล์และของทอด: แอลกอฮอล์เปรียบเสมือนยาพิษที่ทำลายเซลล์ตับโดยตรง ส่วนของทอดและไขมันทรานส์จะยิ่งไปเติมเชื้อเพลิงให้ไขมันในตับพอกหนาขึ้น

5. ตรวจสุขภาพประจำปี: อย่ารอให้เจ็บป่วย ให้เช็กค่าตับและตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องเป็นประจำ เพราะการรู้ตัวเร็วคือทางรอดที่ดีที่สุด

ตับคือ “โรงงานกำจัดของเสีย” ของร่างกาย ถ้าโรงงานนี้พัง ร่างกายส่วนอื่นก็จะพังตาม เริ่มดูแลเขาตั้งแต่วันนี้ด้วยการลดหวาน เพิ่มขยับ และปรับมื้ออาหารให้สมดุล แล้วตับของคุณจะขอบคุณคุณเอง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...