โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ อาจชนะการรบแต่แพ้สงคราม GDP โลก- เศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอตัว

PPTV HD 36

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
นักวิชาการ วิเคราะห์ สหรัฐฯ อาจชนะการรบแต่แพ้สงคราม GDP โลก-ไทยเศรษฐกิจเสี่ยงชะลอตัว แนะ รัฐบาลใหม่ ควรพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส แก้เศรษฐกิจซบเซาค้างนานกว่า 10 ปี

รศ. ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ให้สัมภาษณ์กับ PPTV Wealth ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือขนส่งสินค้าของไทยถูกโจมตี โดยวิเคราะห์ถึงฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ รวมถึงผลกระทบลูกโซ่ที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมรับมือ

โดยมองว่าในที่สุดสถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่จะอยู่ในรูปแบบที่ สหรัฐฯ ไม่ได้ชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ ที่แบ่งออกเป็น 2 ฉากทัศน์หลัก

ฉากทัศน์ที่ 1 คือ สหรัฐฯ ใช้ความได้เปรียบทางทหารยุติการรบได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองของอิหร่านได้ เนื่องจากโครงสร้างอำนาจอย่างกลุ่ม Revolutionary Guard ที่มีพลังทางจิตวิญญาณสูงยังคงอยู่ สหรัฐฯ จึงไม่สามารถควบคุมอิหร่านได้เหมือนกรณีเวเนซุเอลา

ส่วน ฉากทัศน์ที่ 2 ที่ตนเองมองว่ามีความเป็นไปได้สูงคือ เกมจะเปลี่ยนจาก Zero-Sum Game (มีคนแพ้-ชนะ) เป็นการหลีกเลี่ยง Negative-Sum Game (พังทั้งคู่) โดยอิหร่านจะใช้กลยุทธ์สร้างความเดือดร้อนไปทั่วโลก ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและเศรษฐกิจที่พัง เพื่อบีบให้พันธมิตรของสหรัฐฯ และประชาชนชาวอเมริกันเองออกมาเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องยอมเจรจายุติศึก

นอกจากนี้ ได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า แม้ปริมาณน้ำมันโลกโดยรวมยังเพียงพอ เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 104 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่กำลังการผลิตอยู่ที่ราว 108 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่การปิดเส้นทางเดินเรือและความกังวลของตลาด ทำให้ปัจจุบันราคาน้ำมันจะผันผวนแรง แต่มองว่า คือผลจากจิตวิทยาความกลัวมากกว่าปริมาณน้ำมันขาดแคลนจริง อีกทั้งมองว่าโครงสร้างราคาจะเปลี่ยน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้เฉลี่ย 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจบเหตุการณ์ดังกล่าวราคาน้ำมันอาจจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ขณะเดียวกัน ได้วิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว เนื่องจากวิกฤตนี้อาจฉุดจีดีพีโลก จากที่คาดการณ์ไว้ 3% ลงมาเหลือเพียง 2% กว่าๆ แม้จะไม่ถึงขั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอย (Recession) แต่การค้าโลกจะเติบโตในอัตราที่ลดลงอย่างชัดเจน

สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย รศ.ดร. สมชาย มองว่า ผลกระทบจะเกิดขึ้นใน 3 ด้านหลัก ที่เกี่ยวข้องกับ การส่งออก ที่จะชะลอตัวตามเศรษฐกิจและการค้าโลก , การท่องเที่ยว จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อและบรรยากาศการเดินทางที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง และการลงทุนเนื่องจากประเทศในตะวันออกกลางต้องนำงบประมาณไปใช้ในสถานการณ์ความขัดแย้ง อาจส่งผลให้โครงการลงทุนต่างๆ ถูกทบทวนหรือชะลอออกไป

แม้สัดส่วนการค้าไทยกับตะวันออกกลางจะอยู่ที่ราว 4% และนักท่องเที่ยวประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งดูไม่มากเมื่อเทียบกับจีน แต่เมื่อรวมกับปัจจัยลบอื่นๆ รัฐบาลต้องทำการบ้านหนักขึ้นเพื่อประคองตัวเลขเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน ได้เสนอแนวทางถึงรัฐบาลเพื่อรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระบุว่า

ระยะสั้น รัฐบาลต้องบริหารจัดการความเพียงพอของพลังงาน หาแหล่งสำรองใหม่ เช่น มาเลเซีย, แอฟริกา, สหรัฐฯ ตรึงราคาค่าขนส่ง และรณรงค์การประหยัดพลังงาน สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบ มองว่าหากจบได้ภายใน 4-5 สัปดาห์ สถานการณ์จะยังไม่วิกฤตถึงขั้นต้องกู้เงินจำนวนมาอุดหนุน แต่หากถึงขั้นต้องกู้จริงก็เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง

ระยะยาว ชี้ให้เห็นว่า แม้การบริหารจัดการราคาน้ำมันและความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะสั้นจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยส่วนใหญ่มักล้มเหลวในระยะยาวคือการแก้ไข "ปัญหาเชิงโครงสร้าง" และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ดังนั้น อยากแนะนำว่ารัฐบาลใหม่ต้องเร่งแก้ไขเชิงโครงสร้าง เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้เปรียบเสมือน "ไฟลนก้น" ที่ต้องทำให้รัฐบาลเร่งปรับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการ Upskill แรงงาน และนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาสินค้าแบบเดิมๆ ให้เป็นสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์โลกยุคใหม่

เราต้องทำแก้วน้ำใบใหม่ และต้องเป็นแก้วน้ำที่น่าดื่มด้วย นั่นหมายถึงการสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นคุณค่า (Value) มากกว่าปริมาณ ซึ่งนี่คือโจทย์ที่ยากที่สุดที่รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมายังทำไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ ในมุมมองของ รศ.ดร. สมชาย มองว่า สงครามความไม่สงบครั้งนี้คือสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่เปลี่ยนความประมาท ให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อน แม้ในระยะสั้นวิกฤตจะสร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ แต่หากรัฐบาลใช้จังหวะนี้เป็นแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลง ก็จะกลายเป็นการ "เจ็บเพื่อจบ" และสร้างความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน

คาดหวังจะเห็นนโยบายในรูปแบบ "Plus" ที่รัฐบาลนำเสนอ ออกมาเป็นรูปธรรมและจับต้องได้จริง เพื่อเป็นจุดเปลี่ยนให้ประเทศไทยหลังจากที่เศรษฐกิจซบเซาต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมัน ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ไม่มีทีท่าสงบ

ความเสี่ยง Energy Shock ระยะสั้น เมื่อสงครามตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐฯ อาจชนะการรบแต่แพ้สงคราม GDP โลก- เศรษฐกิจไทยเสี่ยงชะลอตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...