ครูดีเด่นส่อหมดอนาคต! ศธ. เข้าสอบปมต่อยเด็ก ผิดจริงเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพเด็ดขาด
กระทรวงศึกษาธิการเข้าสอบ กรณีครูต่อยเด็ก ป.5 ที่ จ.ชลบุรี หากพบว่าผิดจริงเพิกถอนใบอนุญาตวิชาชีพเด็ดขาด ส่วนรางวัลครูดีเด่นออกจากต้นสังกัด
จากกรณีที่พ่อแม่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังถูกครูรายวิชาการงานอาชีพ ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ซึ่งได้รับรางวัลครูดีเด่นทำร้าย เนื่องจากส่งงานช้า โดยได้ปิดประตูล็อกห้องเรียน ลงมือทำร้าย และข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกผู้ปกครองหากไม่อยากถูกลงโทษซ้ำ ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น
ล่าสุด น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ลงโทษนักเรียนชั้น ป.5 ด้วยการตบ-ต่อย เหตุเพราะไม่ส่งงาน ซึ่งผู้ปกครองได้ร้องเรียนและแจ้งความให้ดำเนินคดีทางกฎหมายนั้น กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบ พบว่า ครูรายดังกล่าวเป็นข้าราชการครู สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง ออกให้เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 69 หมดอายุวันที่ 18 ก.พ. 76 และข้อมูลตรวจสอบการได้รับรางวัล ปรากฏว่ารางวัลครูผู้สอนการงานอาชีพดีเด่นที่ครูได้รับนั้น เป็นรางวัลที่ออกให้โดยหน่วยงานต้นสังกัด มิใช่รางวัลที่ออกให้โดยคุรุสภา
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาดําเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และอยู่ระหว่างประสานข้อมูลอย่างเป็นทางการกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว พฤติกรรมอาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรง ซึ่งมีระดับโทษถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต และจะได้นำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดกำหนดระดับโทษต่อไป
“ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินงานพิจารณาการประพฤติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของคุรุสภาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเคร่งครัดกับกรณีการประพฤติผิดเป็นอย่างมาก หากพบว่าครูประพฤติผิดก็จะต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง และพิจารณาด้วยความถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อไม่ปล่อยให้ประพฤติผิดต่อไปอย่างแน่นอน และสำหรับเหตุการณ์นี้ คุรุสภาก็จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปผลโดยเร็วที่สุด เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักเรียน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม” น.ส.อัยรินทร์ กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง