โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐเข็นแคมเปญ“ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2"รับมือวิกฤต

The Better

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 10.12 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 11.00 น. • THE BETTER
พลังงานระดมทุกภาคส่วนจัดกิจกรรรมหลากหลายรูปแบบ ลดใช้พลังงานรองรับสถานการณ์ตะวันออกกลาง คาดช่วยลดการใช้น้ำมันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” ว่า การจัดงานในวันนี้ เป็นการประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์การประหยัดพลังงานต่อสาธารณชน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งมาตรการที่ดำเนินการแล้ว

ทั้งนี้ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง รวมถึงโรงงานและอาคารควบคุมทั่วประเทศ ให้ลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรการต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐให้ได้ร้อยละ 10 การเปิด Energy Clinic ให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับทุกภาคส่วน การขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ การ WFH การใช้ไฟฟ้า/น้ำมันเท่าที่จำเป็น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน

ทั้งนี้ในสภาวะวิกฤตด้านพลังงานเช่นนี้ กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2 ที่กระทรวงพลังงานจัดขึ้น เพื่อประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์ ผ่านการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งอาคารธุรกิจ โรงงาน ภาคขนส่ง รวมถึงภาคประชาชน ให้ร่วมกันดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส การดูแลรักษาระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์สำนักงาน

ส่วนกระทรวงพลังงาน กฟผ. ปตท. และสถาบันการเงิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการประกาศเจตนารมณ์ในการประหยัดพลังงาน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและไม่ควรตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้ “ตระหนัก” ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อที่เราจะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ด้าน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นอกจากมาตรการในภาครัฐแล้ว กระทรวงพลังงานยังได้รับความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจและพันธมิตรเอกชน อาทิ กฟผ. และ ปตท. ในการออกแคมเปญสนับสนุนภาคประชาชนและธุรกิจ โดย กฟผ. ได้จัดโครงการ "ล้างแอร์ช่วยชาติ” ด้วยการมอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 เครื่อง โครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์ โครงการล้างคอนเดนเซอร์เครื่องทำความเย็นในอาคารภาครัฐ จำนวน 93 แห่ง และการสนับสนุน ENZY Platform สำหรับบริหารจัดการพลังงานในอาคารภาครัฐในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล

ขณะที่ ปตท. (PTTOR) ให้ความร่วมมือในการรณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนสินเชื่อด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพและใช้พลังงานทดแทน ลดต้นทุนระยะยาวอย่างยั่งยืน

นอกจากนั้นวันนี้ก็ได้รับความร่วมมือในการประกาศเจตนารมณ์จากผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) อีกด้วย

ด้านนายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มปตท. ให้ความสำคัญและดำเนินมาตรการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต ดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงาน ทั้งในพื้นที่สำนักงานและพื้นที่ปฏิบัติการ ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต การปรับปรุงและเปลี่ยนเครื่องจักรที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีประสิทธิภาพสูงสุด

การปรับเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ Electronics ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และการติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ อีกทั้งมีการสนับสนุนการประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรมโดยใช้ PTT Energy Platform เพื่อยกระดับการจัดการพลังงานและต่อยอดสู่การจัดการก๊าซเรือนกระจกให้มีประสิทธิภาพ

รวมถึง สนับสนุนมาตรการลดการใช้พลังงานของภาครัฐ อาทิ การปิดไฟพื้นที่สำนักงานในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศพื้นที่สำนักงานอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส การจัดสรรเวลาให้พนักงาน Work From Home เน้นการประชุมแบบออนไลน์และงดเว้นการเดินทางศึกษา ดูงาน ประชุม สัมมนา อบรม ณ ต่างประเทศ เพื่อลดการเดินทางเหลือเท่าที่จำเป็น การงดผูกเนคไทและสวมสูทตามวาระที่จำเป็น

ขณะที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) (โออาร์) รณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...