โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“Oil Shock” ฉุดอุปทานน้ำมันดิบสะดุด ดีเซล-น้ำมันเครื่องบินกระทบหนักสุด

efinanceThai

เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 08.18 น.

Oil Shock ฉุดอุปทานน้ำมันดิบสะดุด ดีเซล-น้ำมันเครื่องบินกระทบหนักสุด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มี.ค. 69 15:18 น.

Goldman Sachs คาดว่า ภาวะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป อย่างน้ำมันเครื่องบินและดีเซล มากกว่าน้ำมันดิบ

นักวิเคราะห์ของ Goldman ระบุว่า ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปหลายชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำมันดิบ ขณะที่การหยุดชะงักอย่างรุนแรงของอุปทานน้ำมันดิบประเภทปานกลาง-หนัก เสี่ยงทำให้การผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเตาลดลง

ตลาดพลังงานโลกเผชิญความปั่นป่วนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก และยังเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันต้องลดกำลังการผลิตและระงับการดำเนินงานของโรงกลั่นบางแห่ง

แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก โดยน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันบางชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในบางพื้นที่ของเอเชีย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่เกาหลีใต้ จีน และไทย ต่างออกมาตรการจำกัดการส่งออกเพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ

นักวิเคราะห์ยังระบุว่า ไม่มีภูมิภาคหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันใดที่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ สงครามส่งผลต่อความสามารถในการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้โรงกลั่นต้องหยุดดำเนินงาน และทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่เหมาะสำหรับการกลั่นเป็นเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล ลดลง

ทั้งนี้ น้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียราว 60% เป็นน้ำมันดิบประเภทปานกลางและหนัก ซึ่งมักใช้ในการผลิตน้ำมันเครื่องบิน ดีเซล และน้ำมันเตา ขณะที่แหล่งผลิตทดแทนนอกตะวันออกกลางมีอยู่อย่างจำกัด

Goldman ยังระบุว่า ความปั่นป่วนในตลาดโลกจากความขัดแย้งครั้งนี้จะกระทบต่อการผลิตแนฟทา(Naphtha) ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันและเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวมถึงน้ำมันเครื่องบิน โดยเอเชียนำเข้าแนฟทาจากอ่าวเปอร์เซียเกือบ 50% ขณะที่ยุโรปพึ่งพาน้ำมันเครื่องบินจากภูมิภาคดังกล่าวราว 40%

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...