โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รฟท.เปิดแผนรับมือหลังราคาดีเซลพุ่ง เตรียมปรับเพิ่ม-ลดขบวนรถไฟตามปริมาณผู้โดยสาร ยันน้ำมันมีพอให้บริการ

WeR NEWS

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 16 มีนาคม 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 6/2569 ว่า หากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านรายได้และรายจ่ายขององค์กรที่อาจจะขาดทุนเพิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงถือเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการให้บริการเดินรถไฟ

นายอนันต์ ระบุว่า ในส่วนของกรมการขนส่งทางรางได้มีแนวทางรองรับภายใต้ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 27 มีนาคม 2569 ตามแนวทาง และตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางรางฯ นั้น กรมรางจะกำหนดและประกาศค่าพิกัดสูงสุดสำหรับค่าโดยสาร และค่าขนส่งสินค้าเป็นเพดานไว้ ซึ่ง รฟท.จะมาดูว่าราคาตลาดกับราคาค่าโดยสารที่จะให้มีความสมดุลคือเท่าไร

นายอนันต์ ระบุต่อว่า รฟท.มีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (ดีเซล) ประมาณ 8-9 ล้านลิตรต่อเดือน โดย รฟท.มีสัญญาซื้อตรงน้ำมันกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีการซัพพลายเป็นรายเดือน โดยมีการตกลงราคาที่มีส่วนลดจากราคาตลาดเล็กน้อย หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายกว่า 240 ล้านบาทต่อเดือน หลังจากนี้หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นก็อาจต้องประเมินตัวเลขผลการดำเนินงานอีกครั้ง

สำหรับแผนการรับมือหากสถานการณ์ราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน ในด้านการบริหารจัดการเดินรถ หากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น รฟท.จะพิจารณาเพิ่มขบวนรถเพื่อรองรับความต้องการ แต่หากจำนวนผู้โดยสารลดลงก็อาจมีการปรับลดบางเที่ยวขบวน เพื่อให้การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมจะต้องเร่งหารายได้เพิ่มมาเสริมผลดำเนินการงานเช่นกัน ส่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่จะมีผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก และขบวนรถโดยสารมักเต็มทุกปี ยืนยันว่า รฟท.ยังคงเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนตามปกติ และยังมีน้ำมันใช้บริการเพียงพอ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...