ศุภจี ยันสินค้าอุปโภคบริโภค ยังไม่มีการขยับราคาขึ้น เหตุน้ำมันอยู่ในวิสัยที่คุมได้
ศุภจี เผย ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขยับราคา เหตุ น้ำมันอยู่ในวิสัยคุมได้ ยัน ปุ๋ยอยู่ระหว่างสต๊อกเข้าเพิ่ม แนะปรับสูตรลดต้นทุน ขอปชช.แจ้งเบาะแสฉวยขึ้นราคา ย้ำ เม็ดพลาสติกไม่ขาดตลาด
เมื่อเวลา 17.45 น.วันที่ 17 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ แถลงผลประชุม ศบก.ถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชน ว่า กระทรวงพาณิชย์ตระหนักถึงราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สร้างความกังวลกับผู้ประกอบการและประชาชนหลายภาคส่วน เมื่อเรามีการควบคุมราคาพลังงาน ดังนั้นสินค้าอุปโภคและบริโภคยังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ โดยกระทรวงพาณิชย์จะดูแลตรวจตราและควบคุมผลกระทบในระบบกับผู้ประกอบการและประชาชนไปพร้อมกัน
นางศุภจีกล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีราคาสินค้าที่ขยับขึ้นเพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในวิสัยที่ยังไม่ขยับขึ้น แต่ต้องมาดูเรื่องค่าครองชีพของหมวดสินค้าควบคุม อุปโภคบริโภค อาหารสัตว์ ปุ๋ย วันนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอขึ้นราคา แต่หากพบว่ามีการขึ้นราคาสินค้าในหมวดนี้ขอให้ประชาชนช่วยชี้เบาะแสทางสายด่วน 1569 เพื่อที่จะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงสินค้าที่หากจะปรับขึ้นต้องแจ้งก่อน แต่ไม่ต้องขออนุญาต เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน แชมพู ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นเดียวกับหมวดสินค้าที่ต้องติดตามราคาจำหน่าย เช่น ข้าวสาร ซอสปรุงรส น้ำปลา ยังไม่มีผู้ประกอบการมาขอขึ้นราคา ทั้งนี้ หากประชาชนพบการขึ้นราคา ขอให้ชี้เบาะแสเพื่อเข้าเจรจาให้ช่วยกันพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนราคาพลังงานยังไม่ขยับมากเกินไป
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกของคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เพื่อดูแลราคาว่าสินค้าหมวดใดจะเข้ามาอยู่ในหมวดสินค้าควบคุมเด็ดขาด ที่ต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน หากจะต้องมีการขยับราคาสินค้าจำเป็นชนิดใดที่ต้องเข้ามาอยู่ในหมวดสินค้าที่ต้องขออนุญาต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์เพื่อดูว่าจะต้องมีการปรับเพิ่มหรือไม่
นอกจากนั้นยังคุยตรงกับผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายใหญ่ ในการจัดทำราคาสินค้าที่มีราคาพิเศษ เพื่อส่งให้ผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศรับทราบ ว่าจะมีผู้ประกอบการและกลุ่มประกอบการรายใดจะเข้าร่วมบ้าง เพื่อกระจายสินค้าที่มีราคาพิเศษกระจายลงไปในพื้นที่ 77 จังหวัด ผ่านทางผู้ค้าส่งประจำจังหวัด รวมถึงพื้นที่เปราะบางบางพื้นที่ ที่มีโครงการธงฟ้า เพื่อทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นสามารถซื้อหาได้ในราคาประหยัด แต่จะไม่ได้ทำทุกพื้นที่ เพราะจะทำลายผู้ค้าปลีกในจังหวัดนั้นด้วย
“ขอความร่วมมือประชาชนในการแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิด ส่วนที่มีการแจ้งเบาะแสว่าตรงนั้นขึ้นราคา แต่ยังไม่ได้ซื้อสินค้าดังกล่าว แต่หากเราลงไปดูก็ต้องมีหลักฐานว่าทำจริงด้วย”
รมว.พาณิชย์กล่าวว่า สำหรับหมวดของการลดต้นทุน เช่น สินค้าเกษตร ปุ๋ย ที่หารือกับผู้ประกอบการแล้ว พบว่ามีสต๊อกปุ๋ยอยู่ในประเทศถึงเดือนพฤษภาคม และยังมีปุ๋ยที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ถ้าในสต๊อกนี้มาถึงจะอยู่ถึงเดือนสิงหาคม แต่เวลานี้ยังไม่สามารถส่งได้เพราะติดสถานการณ์ จึงขอให้รัฐมนตรีต่างประเทศช่วยเจรจาขอให้นำสินค้าที่บรรทุกปุ๋ยกลับเข้ามาในประเทศเพื่อให้มีสต๊อกเพิ่ม แต่หากเดือนพฤษภาคมหมดสต๊อกปุ๋ยไป และยังไม่สามารถนำล็อตใหม่เข้ามาได้ จะต้องรับซื้อจากแหล่งทดแทนทั้งมาเลเซียและบรูไน ที่อยู่ระหว่างการเจรจา ทั้งนี้ หากพบมีการกระทำผิดในเรื่องนี้ ทั้งการขึ้นราคา จะมีมาตรการดำเนินการอย่างเด็ดขาด
ขณะเดียวกัน หากมีการขยับราคาของน้ำมัน เรามีมาตรการรองรับในการปรับราคาปุ๋ย โดยจะมีโครงการธงเขียว เพื่อช่วยลดภาระตรงนี้ และหารือถึงการปรับสูตรปุ๋ย การสนับสนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการนำเข้า และเกิดประโยชน์ในระยะยาวในการลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ สนับสนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นปุ๋ยทางเลือก
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกจะขาดตลาดและคงอยู่ได้ถึงเดือน เม.ย.นี้ และจะมีราคาสูงขึ้นนั้น ตรงนี้กระทรวงพาณิชย์ได้พูดคุยกับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อแก้ปัญหาและได้รับการยืนยันว่า มีวัตถุดิบเข้ามาเพิ่ม ทำให้สามารถผลิตทำบรรจุภัณฑ์อาหารไปได้อีก 4 เดือน นอกจากนั้นหาแหล่งทดแทนในการสั่งเม็ดพลาสติก และหาแหล่งทดแทนนำเข้ามา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศุภจี ยันสินค้าอุปโภคบริโภค ยังไม่มีการขยับราคาขึ้น เหตุน้ำมันอยู่ในวิสัยที่คุมได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th