“หุ้น Samsung” พุ่งแรง ดันมาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ รับกระแส AI บูม
"หุ้น Samsung" พุ่งแรง ดันมาร์เก็ตแคปทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นบริษัทเอเชียรายที่ 2 ต่อจาก TSMC เนื่องจากกระแส AI บูม
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.01 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น Samsung Electronics พุ่งขึ้นมากกว่า 10% ในการซื้อขายวันพุธ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของยักษ์ใหญ่ด้านชิปจากเกาหลีใต้ทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง ท่ามกลางกระแสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงร้อนแรง
Samsung กลายเป็นบริษัทเอเชียรายที่สองที่มีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อจาก TSMC โดย ข้อมูลจาก FactSet ระบุว่าบริษัทเคยแตะระดับดังกล่าวครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แรงซื้อหุ้น Samsung เกิดขึ้นหลังบริษัทประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นมากกว่า 8 เท่า แตะ 57.2 ล้านล้านวอน ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 133.9 ล้านล้านวอน นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกยังสูงกว่ากำไรตลอดทั้งปี 2568 ของบริษัท ซึ่งอยู่ที่ 43.6 ล้านล้านวอนอีกด้วย
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาหุ้น คือ รายงานของ Bloomberg ที่ระบุว่า Apple ได้เริ่มหารือเบื้องต้นกับซัมซุงและ Intel เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์ของ Apple ภายในสหรัฐ ซึ่งอาจช่วยให้ Apple ลดการพึ่งพา TSMC ในระยะยาว
ขณะเดียวกัน หุ้นของ SK Hynix ก็พุ่งขึ้นมากกว่า 9% ส่งผลให้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ทะยานขึ้นกว่า 5% และทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก
ยอดขายชิปหน่วยความจำความเร็วสูง หรือ High-Bandwidth Memory (HBM) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของซัมซุง อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด HBM หลังสูญเสียความได้เปรียบในช่วงแรกให้กับ SK Hynix
ที่ผ่านมา ซัมซุงพยายามเร่งลดช่องว่างกับ SK Hynix ในตลาดชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทประกาศว่าได้กลายเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่เริ่มการผลิตชิป HBM4 ในระดับ Mass Production และเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าบางรายแล้ว แม้จะยังไม่เปิดเผยชื่อผู้ซื้อ
HBM4 ถือเป็นเทคโนโลยีหน่วยความจำความเร็วสูงรุ่นที่ 6 และเป็นรุ่นล่าสุด ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ “Vera Rubin” ของ Nvidia ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผล AI ขั้นสูงในศูนย์ข้อมูล
ด้าน Morningstar ระบุว่า ความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ประกอบกับข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่ทำให้อุปทานตึงตัว กำลังผลักดันให้ราคาชิปเซมิคอนดักเตอร์และต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในเกาหลีใต้
อ้างอิง : www.cnbc.com