โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ระวังปุ่มนี้! เช็กด่วน "เครื่องซักผ้า" ที่บ้าน แอบกินไฟเงียบไม่รู้ตัว ทำค่าไฟเพิ่มทุกเดือน

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เช็กด่วน! ปุ่มเดียวบนเครื่องซักผ้าที่ทำค่าไฟพุ่ง หลายคนเผลอกดทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัว

เช็กด่วน! ปุ่ม "ซักน้ำร้อน" บนเครื่องซักผ้า หลายคนเผลอกดทิ้งไว้ ทำค่าไฟพุ่งโดยไม่รู้ตัว

เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้านที่แทบจะเปิดใช้งานกันทุกวัน แต่เชื่อไหมครับว่า แค่การ "เผลอกด" หรือเลือกโหมดบางอย่างทิ้งไว้เพียงปุ่มเดียว อาจทำให้เครื่องซักผ้ากินไฟเพิ่มขึ้นมหาศาลโดยที่เราไม่ทันสังเกต

ตัวการร้ายคือปุ่ม "ซักน้ำร้อน" (Hot Wash / Water Heating)

หลายคนอาจมองข้ามหรือไม่ทันสังเกตว่าเครื่องซักผ้า (โดยเฉพาะฝาหน้า) มักจะมีตัวเลือกอุณหภูมิน้ำมาให้ ซึ่งปุ่มนี้แหละครับคือตัวกินไฟอันดับหนึ่ง

  • หลักการกินไฟ: เมื่อเราเลือกซักน้ำร้อน เครื่องต้องใช้ "ขดลวดทำความร้อน" (Heater) เพื่อต้มน้ำให้ได้อุณหภูมิที่ตั้งไว้ (เช่น 40°C หรือ 60°C) ซึ่งกินไฟสูงถึง 1,500W - 2,000W พอๆ กับการเปิดเตารีดหรือกาน้ำร้อนทิ้งไว้ตลอดการซัก

  • ซักน้ำเย็นประหยัดกว่า: หากซักด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ (Cold Wash) เครื่องจะใช้ไฟฟ้าแค่หล่อเลี้ยงมอเตอร์และปั๊มน้ำเท่านั้น ซึ่งกินไฟน้อยกว่าการซักน้ำร้อนหลายเท่าตัว

ทำไมเราถึงเผลอเปิดทิ้งไว้?

  • ระบบจดจำค่าเดิม: เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ๆ มักจำโปรแกรมล่าสุดที่เราใช้ ถ้าครั้งก่อนซักผ้าปูที่นอนแบบน้ำร้อนไว้ ครั้งต่อไปที่ซักผ้าทั่วไป เครื่องก็อาจจะตั้งค่าน้ำร้อนให้โดยอัตโนมัติ

  • ความเข้าใจผิด: หลายคนคิดว่า "น้ำยิ่งร้อนผ้ายิ่งสะอาด" ซึ่งจริงๆ แล้วเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันในเมืองไทย แค่น้ำอุณหภูมิปกติกับน้ำยาซักผ้าดีๆ ก็เพียงพอแล้ว

  • สัญลักษณ์เล็กเกินไป: หน้าจอดิจิทัลหรือไฟสถานะอุณหภูมิมักจะตัวเล็ก ทำให้เรามองข้ามไปและกดปุ่ม Start ทันที

สังเกตอย่างไรว่าเรากำลัง "ซักน้ำร้อน" อยู่?

  • เวลาซักนานผิดปกติ: เครื่องต้องเสียเวลาในการต้มน้ำให้ร้อนก่อนเริ่มปั่น

  • เครื่องหยุดนิ่งในช่วงแรก: เครื่องจะนิ่งไปพักใหญ่เพื่อทำความร้อน

  • สัมผัสฝากระจกแล้วอุ่น: ถ้าเป็นเครื่องฝาหน้า ลองแตะกระจกดูจะรู้สึกถึงความร้อนชัดเจน

เมื่อไหร่ที่ "ควร" ใช้โหมดน้ำร้อน?

ไม่ใช่ว่าห้ามใช้เลย แต่ควรเลือกใช้เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ เช่น:

  • ชุดเครื่องนอน / ผ้าขนหนู: เพื่อฆ่าเชื้อโรคและไรฝุ่น

  • เสื้อผ้าที่มีคราบไขมัน: น้ำอุ่นจะช่วยละลายคราบมันได้ดีกว่า

  • ซักผ้าอ้อมเด็ก: เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูกน้อย

เทคนิคซักผ้าแบบ "ประหยัดไฟ" สไตล์คนไทย

  • เช็กอุณหภูมิก่อนกด Start: ปรับให้เป็นโหมดน้ำเย็น (Cold/Tap) เสมอสำหรับการซักผ้าทั่วไป

  • ซักแบบเต็มถัง: รวบรวมผ้าให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมต่อการซักหนึ่งครั้ง เพื่อลดจำนวนรอบการทำงานของเครื่อง

  • เลือกโหมด Eco: หากเครื่องมีโหมดประหยัดพลังงาน ให้เลือกใช้เป็นอันดับแรก

  • ล้างถังซักบ้าง: ตะกรันที่เกาะขดลวดทำความร้อนจะทำให้เครื่องทำงานหนักและกินไฟมากขึ้น

การประหยัดไฟเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัวอย่างการ 'สังเกต' ก่อนใช้งานครับ แค่เสียเวลาเช็กอุณหภูมิน้ำสักนิดก่อนกดซักผ้าในทุกๆ เช้า ก็ช่วยให้เงินในกระเป๋าของคุณเหลือเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือนแล้ว ลองนำไปปรับใช้กันดู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...