โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮอร์มุซระอุ! 'กองกำลัง IRGC อิหร่าน' ยิงเรือสินค้า 2 ลำ เมินทรัมป์ต่อเวลาหยุดยิง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานตรงกันล่าสุด ถึง "สถานการณ์ในตะวันออกกลาง" ทวีความรุนแรงขึ้นทันที หลังจากมีรายงานว่าเรือสินค้าอย่างน้อย 2 ลำ ถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไป

การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นกับเรือคอนเทนเนอร์บริเวณนอกชายฝั่งโอมาน ห่างจากฝั่งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 15 ไมล์ทะเล

โดยรายงานระบุว่าเรือปืนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เปิดฉากยิงใส่เรือลำดังกล่าวโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ส่งผลให้สะพานเดินเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่โชคดีที่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย

ขณะที่สื่อกึ่งทางการของอิหร่านอ้างว่าเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนของกองทัพ

ต่อมาไม่นาน องค์การด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ได้รับรายงานเหตุโจมตีเรือลำที่สอง ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าบริเวณห่างจากชายฝั่งอิหร่านไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 8 ไมล์ทะเล

กัปตันเรือรายงานว่าถูกระดมยิงจนต้องหยุดเดินเรือกลางน้ำ แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อตัวเรือ และลูกเรือทุกคนปลอดภัยดี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าจะยังคงมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป แม้จะมีการต่อเวลาหยุดยิง

โดยทรัมป์ระบุว่าอิหร่านกำลังเผชิญกับภาวะ "ล่มสลายทางการเงิน" และต้องสูญเสียรายได้มหาศาลถึง 500 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด

ทางด้านกองกำลัง IRGC ได้ออกมาข่มขู่ก่อนหน้านี้ว่า พร้อมจะโจมตีทรัพย์สินของศัตรูในภูมิภาคอย่างรุนแรงหากการสู้รบกลับมาเริ่มต้นใหม่ ขณะที่สถานการณ์ปิดล้อมได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงในยุโรปและเอเชียที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...