โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘No Brand’ บุกไทย ขายขนม-ของใช้จากเกาหลี ราคา ‘ต่ำร้อย’ เพียบ ตั้งเป้าเปิด 10 สาขา ภายใน 3 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คนไทยรับวัฒนธรรมเกาหลีเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันหลายอย่าง ตั้งแต่ซีรีส์เกาหลี ศิลปิน K-POP ตลอดจนอาหารการกินที่มีรสชาติใกล้เคียงกับความชอบของคนไทย จนทำให้กระแสธารความนิยมคงอยู่ยาวนานมากกว่าสองทศวรรษ โดยผู้บริหาร “เซ็นทรัล รีเทล” ยืนยันว่า แม้ปัจจุบันจะมีคลื่นความนิยมจากประเทศอื่นๆ ผันเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาไม่น้อย ทว่า คนไทยก็ยังให้การตอบรับสินค้าจากเกาหลี โดยเฉพาะของกินและของใช้ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว

“K-Culture” ยังไม่ตายและไม่เก่าเกินไป เพราะจากสถิติการนำเข้าสินค้าเกาหลีที่เติบโตขึ้น 8.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แปลว่า เทรนด์ยังคงอยู่ และนั่นจึงเป็นที่มาของ “No Brand” ในประเทศไทยเป็นสาขาแรก บนพื้นที่ 250 ตารางเมตร ติดกับ “Tops” (ท็อปส์) โดยเลือกปักหมุดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางนา เป็นสาขาแรก

-หน้าร้าน No Brand สาขาเซ็นทรัล บางนา-

“จักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล” รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เล่าที่มาที่ไปของการเลือก “No Brand” เข้ามาทำการตลาดในไทย โดยระบุว่า “No Brand” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมารายได้เติบโต 60 เท่า มีจำนวนลูกค้ามากกว่า 340 ล้านคน ขยายไปยังประเทศอื่นๆ มาแล้ว 20 ประเทศ

จากความสำเร็จของแบรนด์ ทำให้ทีมเซ็นทรัล รีเทล มองเห็นโอกาสเมื่อนำมาถอดรหัสผ่านดาต้าทั้งกลุ่มลูกค้า ความนิยม และการเติบโตของสินค้าเกาหลีในไทย สินค้าเกาหลีเติบโตได้รับความนิยมต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันผู้บริโภคชาวไทยก็ยังให้น้ำหนักกับราคามาเป็นอันดับต้นๆ ราคาในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้องขายถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว ผู้บริหารขยายความว่า บางครั้งลูกค้าก็ยอมจ่ายเพิ่มได้อีกนิดหน่อย ถ้าได้สินค้าที่ดีกว่า มีคุณภาพมากกว่า

“Pain Point” ที่เจอ สรุปออกมาได้ว่า ผู้บริโภคต้องการของราคาดี คุ้มค่ากับที่จ่าย หรือจะดีกว่านั้นถ้าได้คุณภาพมากกว่าเงินที่จ่ายไป “จักรกฤษณ์” มองว่า “No Brand” ลงล็อกทุกโจทย์ที่ตั้งไว้ เพราะสินค้าส่วนใหญ่ในร้านราคาต่ำกว่า 100 บาท มาพร้อมกับปริมาณที่ให้เยอะ คุ้มค่า มีขนมหลายชนิดที่คนไทยมักซื้อติดไม้ติดมือกลับมาหากได้ไปเยือนเกาหลี ที่ “No Brand” มีสินค้าดังกล่าวเสิร์ฟให้แบบจุกๆ มาในราคาที่ไม่แตกต่างจากประเทศต้นทางมากนัก

-Cheddar Cheese Ball หนึ่งในขนมยอดนิยมจาก No Brand-

ตัวอย่างสินค้าที่น่าสนใจ อาทิ Cheddar Cheese Ball, Sweet Chocochip Cookies, Potato Stick Truffle เป็นต้น รวมถึงยังมีอาหารแช่แข็ง สินค้ากลุ่มบิวตี้ อาหารสตรีทฟู้ดปรุงสดๆ หน้าร้าน ภายในร้านจะแบ่งสัดส่วนเป็นสินค้านำเข้า 70% อีก 30% เป็นสินค้าภายในประเทศ โดยมีมากถึง 20% ที่เป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟจาก“No Brand” เน้นคุณภาพดี ราคาเข้าถึงง่าย

เมื่อถามว่า ทำไมถึงเลือก “เซ็นทรัล บางนา” เป็นสาขาแรก ผู้บริหารให้เหตุผลว่า กลุ่มเป้าหมายของ “No Brand” คือกลุ่มครอบครัวที่ชอบประสบการณ์ใหม่ๆ บวกกับ “Tops” สาขานี้ ทำยอดขายติด 5 อันดับแรกมาโดยตลอด จึงเหมาะกับการปักธงเป็นสาขาแรกของแบรนด์ใหม่ในเครือ โดยรูปแบบความร่วมมือครั้งนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง “เซ็นทรัล รีเทล” และ “Emart” ยักษ์ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้

“ถ้าเรามองที่กลุ่มลูกค้าในเรื่องของ K-Culture หรือ K-Wave เมืองไทยมีมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งดูซีรีส์ กินอาหารเกาหลี นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของเทรนด์ลูกค้าคนไทย ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ลูกค้ามองหาสินค้าคุณภาพ คุ้มค่า คุ้มราคา ด้วยสมการแบบนี้แล้วสองบริษัทใหญ่มีเครือข่ายครอบคลุมและมีข้อมูลที่ทำให้เราเข้าใจลูกค้า ขณะเดียวกัน No Brand ก็แข็งแกร่งเรื่องสินค้า พัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์คนไทยตอนนี้ได้”

จุดแข็งของ“Emart” คือการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ปีละ 300 รายการ ในร้านมีสินค้าให้เลือก 1,600 รายการ พร้อมกับราคา “ต่ำร้อย” โดยส่วนใหญ่ เชื่อว่า “No Brand” ถูกใจคนไทยแน่นอน โดย “จักรกฤษณ์” เผยแผนขยายสาขาว่า ปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง ช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 จะเป็นสาขาไหนต้องรอติดตามต่อไป ส่วนแผนระยะยาววางไว้ 10 สาขา ภายใน 3 ปีข้างหน้า การทำการตลาดเน้นสร้าง “Brand Awareness” เยอะๆ เพื่อให้ลูกค้าเปิดใจเข้ามาซื้อมาลองใช้ดูก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...