โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘คริสติน’ เปิดใจรู้ตัวตลอด แต่คงสู้ไม่ได้เลยยอมกัดฟันทนไว้ เมื่อรู้ว่าคนทำสารภาพ ถึงกับอาเจียนออกมา

tvpoolonline.com

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 08.56 น. • TV Pool

ส่งกำลังใจ สำหรับกรณีของ“คริสติน กุลสตรี” ถูกอดีตอาสากู้ภัยกระทำอนาจารภายในห้องพัก ขณะคริสตินกำลังป่วยและรอนำตัวส่ง รพ. ซึ่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุอ้างว่าพยายามจะปั๊มหัวใจและถ่ายรูปซองยา จากนั้นตำรวจได้ศาลอนุมัติหมายจับ ล่าสุดวันนี้ เจ้าตัวรับสารภาพว่า ได้กระทำอนาจารคริสตินจริง และได้ถ่ายรูปเอาไว้ แต่อ้างว่าได้ลบไปแล้ว และไม่ได้ส่งต่อให้ใคร

ทั้งนี้คริสติน ได้เปิดเผยผ่านรายการว่า หลังจากทราบข่าวว่าผู้ก่อเหตุให้การสารภาพแล้วว่า ตนเองถึงกับอาเจียนออกมา เพราะมันเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนต้องต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองและคำวิจารณ์ในโซเชียลที่หาว่าตนหลอนยาหรือเสพยาจนคิดไปเอง ที่ออกมาพูดเพราะอยากให้สังคมเฝ้าระวังกรณีที่มีคนสวมรอยมาทำแบบนี้

เรื่องราวเหตุการณ์ในวันนั้น คริสตินเล่าว่าตนเองมีโรคประจำตัวคือโรคซึมเศร้าและโรคแพนิค ซึ่งเวลาอาการกำเริบจะรู้สึกเหมือนจะเสียชีวิต ขยับตัวไม่ได้ หรือหายใจไม่ออก ตนรับรู้ทุกอย่างและคอยหรี่ตามอง เห็นเหตุการณ์ตลอด แต่ไม่มีแรงจะต่อสู้ จึงต้องตั้งสติและกัดฟันไว้อดทน เพราะกลัวว่าหากสู้แล้วอาจจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิตได้ หากเป็นแบบนั้นตนคงไม่ได้มานั่งพูดอยู่ตอนนี้

ตอนนั้นตนเองทำได้แต่ภาวนาให้มีคนขึ้นมาเร็ว ๆ และภาวนาไม่ให้นิกรปิดประตูห้อง และในจังหวะนั้นเอง เสียงลิฟต์ได้ดังขึ้นพอดี นิกรจึงรีบกลับมาใส่เสื้อผ้าให้ตนและนำผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวตนไว้ และบอกกับคนที่มาถึงว่า “น้องไม่มีสติ”

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาถึงห้อง จากภาพพบว่านิกรยังคงยืนกอดอกอยู่ข้างเตียง ปะปะอยู่กับตำรวจ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งคริสตินระบุว่าตอนนั้นอยากจะลุกขึ้นมาเล่าทุกอย่างให้ตำรวจฟัง แต่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย และตนจำหน้าจำเสียงผู้ก่อเหตุได้แม่นยำ ตอนไปชี้ตัวแค่เห็นภาพเดียวแว้บเดียวตนชี้ได้ทันที

ล่าสุด บุ๋ม ปนัดดา ออกมา แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ทางองค์กรได้กำชับสมาชิกอย่างเข้มงวด

“ถ้าเป็นเคสผู้หญิง อย่างน้อยต้องมีเจ้าหน้าที่ 2 คนขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย เหมือนแนวทางของแพทย์ในปัจจุบัน” บุ๋มกล่าว

เธอย้ำว่า มาตรการนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อป้องกันเหตุไม่เหมาะสม แต่ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วยและญาติอีกด้วย

หากเกิดการล่วงละเมิดทางเพศและมีการบันทึกภาพ จะถือเป็นความผิดที่มีโทษหนักขึ้นทันที

“เมื่อก่อนต้องแยกฟ้อง แต่ตอนนี้รวมเป็นคดีเดียว และถ้ามีการถ่ายภาพ จะเพิ่มโทษอีก 1 ใน 3”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...