สรุป 9 ประเด็น คำแถลง “ทรัมป์” เช้านี้ถึงสถานการณ์สงครามอิหร่าน
สรุป 9 ประเด็น คำแถลง "ทรัมป์" เช้านี้ถึงสถานการณ์สงครามอิหร่าน ทั้งยกย่องชัยชนะ ปฏิเสธเหตุเข้าโจมตีเพราะน้ำมัน ชี้อิหร่านเป็นต้นตอน้ำมันโลกแพง พร้อมขู่โจมตีต่อเนื่องอีก 2-3 สัปดาห์
วันที่ 2 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 08.00 น. โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวปราศรัยต่อประชาชนเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับสงครามอิหร่านจากทำเนียบขาว โดยการแถลงครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 20 นาที โดยอธิบายถึงเหตุของสหรัฐ พร้อมการส่งสัญญาณต่างๆ ดังนี้
1. เริ่มต้นปราศรัย ยินดีนาซาในการปล่อยจรวดอาร์เทมิส 2
ทรัมป์ เริ่มต้นการปราศรัยต่อประชาชนโดยแสดงความยินดีกับ NASA ที่ประสบความสำเร็จในการปล่อยยานอาร์เทมิส 2 เพื่อเดินทางรอบดวงจันทร์ เป็นเวลา 10 วัน
โดยทรัมป์ กล่าวว่า“ขอเริ่มต้นด้วยการแสดงความยินดีกับทีมงานของนาซาและนักบินอวกาศผู้กล้าหาญของเราสำหรับการปล่อยยานอาร์เทมิส 2 ที่ประสบความสำเร็จ มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก ยานลำนี้จะเดินทางไปไกลกว่าจรวดที่มีมนุษย์ควบคุมลำใดๆ ที่เคยบินมา”
2. ยกย่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบอบการปกครองอิหร่าน
ประเด็นถัดมา ทรัมป์เริ่มกล่าวถึงสงครามกับอิหร่านว่า ทรัมป์กล่าวว่า ในช่วง 4 สัปดาห์นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มปฏิบัติการ Epic Fury นั้น กองทัพของสหรัฐได้สร้างชัยชนะที่รวดเร็ว เด็ดขาด และท่วมท้นในสนามรบ ซึ่งเป็นชัยชนะที่น้อยคนนักจะได้เห็นมาก่อน
“กองทัพเรือของอิหร่านล่มสลายแล้ว กองทัพอากาศก็พังพินาศ ผู้นำของพวกเขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ก่อการร้าย และระบอบการปกครองที่พวกเขาเป็นผู้นำนั้น ตอนนี้ตายหมดแล้ว …การบังคับบัญชาและการควบคุมกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามกำลังถูกทำลายลงในขณะที่เรากำลังพูดอยู่ ความสามารถในการยิงขีปนาวุธและโดรนของพวกเขาลดลงอย่างมาก และโรงงานผลิตอาวุธและเครื่องยิงจรวดของพวกเขากำลังถูกทำลายเป็นชิ้นๆ เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น”
3. ยืนยันสงครามสหรัฐ-อิหร่านไม่ได้เกี่ยวกับน้ำมัน
ทรัมป์กล่าวว่า สงครามของสหรัฐกับอิหร่านไม่ได้เกี่ยวกับน้ำมัน “ตอนนี้เราเป็นอิสระจากตะวันออกกลางอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เราก็ยังอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยเหลือ เราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นั่น เราไม่ต้องการน้ำมันของพวกเขา เราไม่ต้องการอะไรก็ตามที่พวกเขามี เราอยู่ที่นั่นเพื่อช่วยเหลือพันธมิตรของเรา”
และระบุว่า สหรัฐอเมริกาโค่นล้ม นิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาในเดือนมกราคม และเข้าควบคุมการส่งออกน้ำมันของประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว
สงครามอิหร่านได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากสาธารณรัฐอิสลามได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพื้นฐานแล้ว ประเทศในเอเชียที่พึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นอย่างมากคาดว่าจะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนยุโรปคาดว่าจะเผชิญกับปัญหาด้านอุปทานต่อไป
4. แจงเหตุผลสำหรับปฏิบัติการ Epic Fury
ทรัมป์ได้ชี้แจงเหตุผลว่าทำไมปฏิบัติการ Epic Fury จึงมีความจำเป็น แม้ว่ารัฐบาลของเขาจะอ้างว่าโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายไปแล้วจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในปฏิบัติการ Midnight Hammer เมื่อปีที่แล้วก็ตาม
“เราทำลายสถานที่นิวเคลียร์เหล่านั้นจนราบเรียบไปหมดแล้ว …จากนั้นระบอบการปกครองนั้นก็พยายามสร้างโครงการนิวเคลียร์ขึ้นใหม่ในสถานที่ที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีเจตนาที่จะละทิ้งการแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์”
5. สหรัฐกำลังทำลายล้างอย่างเป็นระบบ
ทรัมป์ กล่าวว่า“เรากำลังดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อทำลายความสามารถของระบอบการปกครองนั้นในการคุกคามอเมริกาหรือแผ่ขยายอำนาจออกไปนอกพรมแดนของตน”
ทรัมป์กล่าวว่า การปราบปรามพลเมืองอิหร่านก่อนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ ในปัจจุบัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 45,000 คน ตัวเลขนี้สูงกว่าประมาณการทั่วไปก่อนหน้านี้อย่างมาก ทรัมป์ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของตัวเลขดังกล่าว
รายงานจากหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนของสหราชอาณาจักรประเมินว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากถึง 30,000 รายจากการปราบปรามครั้งนี้ ขณะที่การประเมินอื่นๆ นั้นต่ำกว่ามาก
6. โทษอิหร่านต้นเหตุทำราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูง
นอกจากนี้ ทรัมป์ได้กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นต้นเหตุทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูงขึ้น โดยกล่าวว่า “ชาวอเมริกันจำนวนมากต่างกังวลกับราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ในประเทศ …การเพิ่มขึ้นในระยะสั้นนี้เป็นผลมาจากการที่ระบอบอิหร่านก่อเหตุโจมตีอย่างบ้าคลั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์และประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง”
โดยราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นกว่า 30% จนทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น
7. ทรัมป์อ้างตนเองทำในสิ่งที่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนกล้าทำ
ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ดำเนินการในสิ่งที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ ไม่เคยทำกับอิหร่าน
“โดยพื้นฐานแล้ว ผมทำในสิ่งที่ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนเต็มใจจะทำ …พวกเขาก่อความผิดพลาด และผมกำลังแก้ไขความผิดพลาดเหล่านั้น”
ทรัมป์กล่าวอีกว่า“จะไม่มีตะวันออกกลางและไม่มีอิสราเอล” หากเขาไม่ยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านซึ่งทำไว้กับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
8. ทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านอย่างหนัก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
ทรัมป์กล่าวว่า หากไม่มีข้อตกลงกับอิหร่าน “เราจะโจมตีโรงไฟฟ้าทุกแห่งของพวกเขาอย่างหนัก และอาจโจมตีพร้อมกันทุกแห่ง”
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐจะดำเนินการตามคำขู่ดังกล่าวภายในสองถึงสามสัปดาห์หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง พร้อมเสริมว่า“เราอาจโจมตี” น้ำมันของอิหร่าน
อีกทั้งทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วงในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งน่าจะทำลายความหวังของผู้ที่หวังว่าสงครามจะยุติลงในไม่ช้า
“เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วงในช่วงสองถึงสามสัปดาห์ข้างหน้า” ทรัมป์กล่าว “เราจะทำให้พวกเขากลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาควรอยู่”
แม้สถานการณ์จะดูเหมือนตึงเครียดขึ้น แต่ทรัมป์กล่าวว่า “การเจรจายังคงดำเนินอยู่” โดยยังคงเปิดช่องทางหาทางออกทางการทูตไว้
9. ปิดท้ายแถลง ส่งข้อความถึงกองทัพ
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์จบภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ทรัมป์กล่าวว่า“เมื่อทุกอย่างจบลง สหรัฐอเมริกาจะปลอดภัย แข็งแกร่ง มั่งคั่ง และยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา”
“ขอพระเจ้าทรงอวยพรเหล่าทหารชายและหญิงแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกา และขอพระเจ้าทรงอวยพรประเทศสหรัฐอเมริกา ขอบคุณมาก และราตรีสวัสดิ์” เขากล่าวปิดท้าย
อ้างอิง : www.cnbc.com