โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เร่งปล่อยสต๊อกปุ๋ยสำรองพยุงภาคเกษตร หลังสงครามตะวันออกกลางดันราคาพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 03.57 น.

"จีน" ขอให้บริษัทที่ถือครองปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสเฟต และปุ๋ยผสม นำสินค้าออกจำหน่ายให้เกษตรกรเร็วขึ้น หลังสงครามตะวันออกกลางดันราคาพุ่ง

วันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 09.49 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนตัดสินใจปล่อยสต๊อกปุ๋ยเชิงพาณิชย์ออกสู่ตลาดเร็วกว่าปกติ เพื่อรองรับฤดูเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ หลังสงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก และทำให้ราคาสารอาหารสำคัญสำหรับพืชผลปรับตัวสูงขึ้น

รัฐบาลจีนได้ขอให้บริษัทที่เก็บสำรอง ปุ๋ยไนโตรเจน ฟอสเฟต และปุ๋ยผสม นำสินค้าดังกล่าวออกจำหน่ายให้เกษตรกรภายในประเทศ ตามแถลงการณ์ของสมาคมปัจจัยการผลิตทางการเกษตรของจีน ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณหรือระยะเวลาในการระบายสต๊อก

โดยปกติแล้ว จีนจะบริหารจัดการ คลังสำรองปุ๋ยบางส่วนผ่านบริษัทเอกชน และจะปล่อยสต๊อกออกสู่ตลาดในช่วงที่ความต้องการภาคเกษตรเพิ่มสูงขึ้น หรือในกรณีฉุกเฉิน เช่น หลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ในแต่ละปี ปุ๋ยสำรองเชิงพาณิชย์เหล่านี้มักถูกปล่อยออกมา ใกล้ช่วงเริ่มต้นฤดูเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แม้จีนจะเป็น หนึ่งในผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ของโลก และก่อนหน้านี้ได้ออกมาตรการจำกัดการส่งออกเพื่อรักษาปริมาณปุ๋ยภายในประเทศ แต่ราคาปุ๋ยบางประเภทในตลาดภายในประเทศ เช่น ยูเรีย ก็ยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามอิหร่าน

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลัง ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตทั่วโลก ซึ่งอาจกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและความมั่นคงด้านอาหารในระยะต่อไป

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...