โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

พาไปดู AI กับบทบาทใหม่ ผู้ช่วยหมอในห้องเอกซเรย์ วินิจฉัยเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น

TODAY

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.30 น. • TODAY

สำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล การเข้าถึงระบบสาธารณสุขยังคงเป็นเรื่องไม่ง่าย ทั้งการเดินทางไกลเพื่อไปโรงพยาบาล การรอคิวตรวจที่อาจกินเวลาทั้งวัน รวมถึงข้อจำกัดของแพทย์เฉพาะทางหรือเครื่องมือในการตรวจ ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้การวินิจฉัยโรคเกิดขึ้นช้ากว่าที่ควรจะเป็น

ในหลายกรณี ความล่าช้าเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ผู้ป่วยพลาดช่วงเวลาสำคัญของการรักษา นี่จึงเป็นเหตุผลที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยเฉพาะระบบถ่ายภาพวินิจฉัยอย่างเอกซเรย์ กำลังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การตรวจและการวินิจฉัยเกิดขึ้นได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน คือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการอ่านผล ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

แนวทางดังกล่าวกำลังถูกนำมาพัฒนาในโซลูชันด้านการวินิจฉัยโรคของหลายองค์กร รวมถึงเทคโนโลยีเครื่องเอกซเรย์ที่ผสาน AI ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

[ AI กับบทบาทในการลดช่องว่างการเข้าถึงการรักษา ]

สถานการณ์ด้านสาธารณสุขของไทย สะท้อนให้เห็นความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ยังคงกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่

ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ระบุว่า ความต้องการรับบริการสาธารณสุขแต่ไม่ได้รับบริการของผู้ป่วยนอก (OPD) เพิ่มขึ้นราว 27% ขณะเดียวกัน อัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรในหลายภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 1 ต่อ 2,497 คน และในภาคใต้อยู่ที่ 1 ต่อ 1,831 คน ตามรายงานข้อมูลทรัพยากรสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจริงที่ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องเผชิญกับการรอคิวตรวจที่ยาวนาน การเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางที่จำกัด และการวินิจฉัยที่อาจล่าช้า โดยเฉพาะในโรงพยาบาลต่างจังหวัดหรือสถานพยาบาลที่มีทรัพยากรจำกัด

ในบริบทเช่นนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์จึงเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องมือที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เช่น ระบบเอกซเรย์ที่ผสานการทำงานของ AI ซึ่งช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ภาพและลดความคลาดเคลื่อนในการอ่านผล

เอสนุ ฮาลิม Senior Regional Clinical Marketing Manager บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า“ฟูจิฟิล์ม เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจะมีคุณค่าเมื่อได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตผู้คน ในประเทศไทย ประชาชนจำนวนมากยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการรักษา วาระเร่งด่วนในขณะนี้จึงเป็นการจัดหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมการบูรณาการ AI ขั้นสูงเข้ากับเทคโนโลยีการถ่ายภาพและเวิร์กโฟลว์ในการทำงาน เรามุ่งมั่นสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ตลอดเส้นทางการวินิจฉัยโรค ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการแปลผลทางการแพทย์ เป้าหมายของเราไม่ใช่การทดแทนทักษะหรือดุลยพินิจของบุคลากรทางการแพทย์ แต่คือการขยายขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ป่วย เพื่อให้นักรังสีเทคนิคในโรงพยาบาลท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนด้านการวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับศูนย์การแพทย์ชั้นนำ เราได้เห็นแล้วว่าโซลูชันเหล่านี้สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในด้านประสิทธิภาพการทำงานและความแม่นยำในการวินิจฉัยในสถานพยาบาลทั่วโลก ฟูจิฟิล์ม จึงเร่งขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้ในประเทศไทย ภายใต้การทำงานร่วมกับบุคลากรและสถานพยาบาลที่เข้าใจผู้ป่วยของตนเองดีที่สุด”

[ เมื่อ AI กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการถ่ายภาพวินิจฉัย ]

รัชกฤช เต็มบุญศักดิ์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจทางการแพทย์และสุขภาพ ดูแลในส่วนเครื่องเอกซเรย์และไอที บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัดอธิบายว่า เทคโนโลยีเอกซเรย์ดิจิทัลรุ่นใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้กระบวนการตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายภาพไปจนถึงการจัดท่าผู้ป่วย

“FDR Visionary Suite คือระบบเอกซเรย์ดิจิทัลระดับไฮเอนด์ที่ให้ภาพคมชัดด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ Irradiated Side Sampling (ISS) ของฟูจิฟิล์ม โดยรุ่นอัปเกรดใหม่มาพร้อมฟีเจอร์กล้อง Live view ที่ช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยและลดความเสี่ยงในการตรวจ ระบบ Motion Detection และ Last Image View จากฟีดถ่ายทอดสดช่วยลดการถ่ายภาพซ้ำ ขณะที่ระบบจัดท่าอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI สำหรับการถ่ายภาพทรวงอก ช่วยเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพสำหรับแผนกรังสีวิทยาที่มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก เทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยลดการถ่ายภาพซ้ำ ย่นระยะเวลาการตรวจ และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่อาจกำลังเจ็บปวดหรือรู้สึกกังวล”

ระบบดังกล่าวยังมีฟังก์ชันตรวจจับการเคลื่อนไหวและการจัดท่าผู้ป่วยอัตโนมัติด้วย AI ซึ่งช่วยลดโอกาสในการถ่ายภาพซ้ำ ย่นระยะเวลาการตรวจ และช่วยให้ผู้ป่วยใช้เวลาน้อยลงในห้องตรวจ

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือหอผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งสามารถทำการตรวจได้โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังห้องเอกซเรย์ ช่วยให้แพทย์ได้รับข้อมูลสำคัญเพื่อประกอบการตัดสินใจรักษาได้รวดเร็วขึ้น

เทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนทิศทางสำคัญของระบบสาธารณสุขที่กำลังนำเครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น ไม่เพียงเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย แต่ยังช่วยลดภาระงานที่เพิ่มขึ้นในระบบสุขภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการตรวจรักษาที่มีคุณภาพได้มากขึ้น

ในมุมของผู้พัฒนาเทคโนโลยี การนำโซลูชันเหล่านี้มาใช้ในระบบสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดในการยกระดับโอกาสการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยในระยะยาว

โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“ฟูจิฟิล์ม ยังคงเดินหน้าพันธกิจในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยผ่านนวัตกรรมล้ำสมัย โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการผนึกกำลังกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ ด้วยการผสานพลัง AI ในทุกขั้นตอนของกระบวนการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึงการวินิจฉัยและการบริหารจัดการเวิร์กโฟลว์ ฟูจิฟิล์ม มุ่งสร้างระบบสุขภาพที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลที่มีคุณภาพได้มากขึ้น ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่ ความมุ่งมั่นนี้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของบริษัทในการ ‘แต่งแต้มรอยยิ้มให้โลกของเรา’ ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...