โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"สภาผู้บริโภค" ชี้แจง แนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน เจตนาแค่แจ้งเตือน

Thai PBS

อัพเดต 10 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (15 มี.ค.2569) สภาผู้บริโภค ออกเอกสารข่าว เรื่องขอขยายความข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2569 เพื่อให้สาธารณชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน โดยเจตนาในการนำเสนอข่าวนั้น ไม่ต้องการให้ผู้บริโภคเกิดความกังวล และขอชี้แจงใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง สินค้าลดปริมาณคืออะไร และทำไมสภาผู้บริโภคจึงแจ้งเตือน โดยในเรื่องนี้ สภาผู้บริโภค แจ้งว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดสดในกรุงเทพมหานคร พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภทเริ่มมีปริมาณในบรรจุภัณฑ์ลดลงอย่างชัดเจน ในขณะที่ราคายังคงเท่าเดิม เป็นสัญญาณที่ผู้ประกอบการมักใช้รับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ปรับราคาโดยตรง ซึ่งในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

การแจ้งเตือนครั้งนี้มีเจตนาให้ผู้บริโภคตรวจสอบปริมาณสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ และใช้สิทธิของตนในการร้องเรียนหากพบการเอาเปรียบ ขณะที่สภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอถึงกระทรวงพาณิชย์เพื่อผลักดันมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในระยะต่อไป

ประเด็นที่สอง คำแนะนำเรื่องเงินสำรองฉุกเฉิน เนื่องจาก สภาผู้บริโภคตระหนักดีว่าประชาชนจำนวนมากกำลังเผชิญค่าครองชีพสูงและมีภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้การมีเงินสำรองไม่ใช่เรื่องง่ายในสถานการณ์ปัจจุบัน

คำแนะนำเรื่องการมีเงินสำรอง 3-6 เดือน เป็นเพียงแนวทางด้านการวางแผนการเงินที่ใช้กันทั่วไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกคนจะต้องทำได้ทันที ขณะเดียวกัน สภาผู้บริโภคตระหนักดีว่าการแก้ปัญหาค่าครองชีพไม่สามารถให้ประชาชนรับภาระเพียงลำพัง จึงเดินหน้าผลักดันมาตรการเชิงนโยบายเพื่อควบคุมค่าครองชีพ และคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นที่สาม สภาผู้บริโภคกำลังทำอะไรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ขอยืนยันว่า ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้มีข้อเสนอเชิงนโยบายต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบโดยยกเลิกการอ้างอิงราคาจากตลาดสิงคโปร์และปรับกลไกราคาตามต้นทุนการกลั่นในประเทศ การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อลดภาระค่าครองชีพโดยตรงแทนการพึ่งพากลไกกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว การระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราวในช่วงวิกฤตเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ และการจัดลำดับความสำคัญให้ครัวเรือนไทยได้ใช้ก๊าซจากอ่าวไทยในราคาต้นทุนที่แท้จริงก่อนภาคส่วนอื่น

นอกจากด้านพลังงาน สภาผู้บริโภคยังเดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง โดยเตรียมเสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมหนี้ที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกันที่คิดดอกเบี้ยสูงจนทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากติดกับดักหนี้ระยะยาว จากข้อมูลปี 2568 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อจีดีพีอยู่ที่ 86.3% เฉลี่ยประมาณ 740,000 บาทต่อครัวเรือน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน สภาผู้บริโภคเห็นว่าการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนต้องควบคู่กับการกำหนดเพดานภาระหนี้รวมที่เป็นธรรม การเพิ่มรายได้กลุ่มเกษตรกรและแรงงานนอกระบบ และการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สภาผู้บริโภคเป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 มีหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบ เตือนภัย และผลักดันนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ได้ทำงานเพื่อภาครัฐหรือภาคธุรกิจ แต่ทำงานเพื่อประชาชนผู้บริโภคทุกคน

ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยตรง ทั้งการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน และติดตามความคืบหน้าของประเด็นที่สภาผู้บริโภคกำลังผลักดัน เพราะทุกเสียงของผู้บริโภคคือข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้การทำงานเชิงนโยบายมีน้ำหนักและตรงจุดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่พบสินค้าลดปริมาณหรือราคาสูงผิดปกติ สามารถแจ้งร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภคได้ผ่านทุกช่องทาง หรืออ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่ tcc.or.th

อ่านข่าว

เปิดสถิติปี 68 ช่วงหน้าร้อน พบป่วย "โรคลมร้อน" 182 คน เสียชีวิต 21 คน

ชายวัย 87 ปี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต พื้นที่ จ.นครนายก

นายกฯ ถก ศบก.ย้ำน้ำมันไม่ขาดแคลน 20 ลูกเรือ "มยุรี นารี" ถึงไทย 16 มี.ค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"เครื่องบินเล็ก" ตกที่สระบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ที่ประชุมเลือก ‘โสภณ ซารัมย์’ ประธานสภาฯ คนใหม่

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...