โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ร้องศาล ปค.ห้าม กกต.นำมติอนุฯล้มคดีฮั้ว สว.มาถก ชี้ไม่ชอบด้วย กม.

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานศาลปกครอง กลุ่ม สว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามมิให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำผลการสอบสวนคดีฮั้ว ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้งคณะชุดที่ 36 ที่มีมติ 5 ต่อ 2 ว่าเห็นควรยกคำร้องเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็น สว. 138 คน คณะกรรมการบริหารพรรคการ เมือง พร้อมเครือข่าย 91 คน รวมทั้งสิ้น 229 คน กระทำผิดในคดีฮั้ว สว.

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ที่ต้องไปยื่นต่อศาลปกครองเพราะเห็นว่า การตั้งอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ของนายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตั้งเกินกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดที่ต้องให้กกต.พิจารณาเรื่องร้องทุจริตการเลือกสว. ภายใน 1 ปี ซึ่งตนเห็นว่ากกต.มีคณะอนุวินิจฉัยอยู่แล้วถึง 35 คณะ เป็นคณะที่ประกอบไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความสามารถในด้านกฎหมาย แต่กกต. กลับไม่ให้ทำสำนวนคดีฮั้วสว. แต่มาตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้น จึงเห็นว่ามีเจตนาพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะปัดเป่าคดี

และการพิจารณาสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งมีการไปลงพื้นที่หาพยานหลักฐานในคดีฮั้วสว.จนได้หลักฐานแน่นหนาเห็นควรที่จะให้มีการดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 229 คน แต่ คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่รู้ไปเอาข้อมูลหลักฐานอะไรมาหักล้างถึงได้มีมติ 5 ต่อ 2 ว่าสิ่งที่กรรมการสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 สอบมาไม่มีมูล ดังนั้นจึงเห็นว่ากกต.ไม่ควรที่จะนำสำนวนที่อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 พิจารณาไปวินิจฉัย

"แต่ถ้ากกต.ชุดใหญ่นำสำนวนมาพิจารณาและเห็นชอบตามมติของอนุวินิจฉัย ชุดที่ 36 หมายความว่าท่านก็เข้าสู่กระบวนการเดียวกัน มีเจตนาพิเศษแบ่งงานกันทำหรือไม่อย่างไร ดังนั้นผมจึงต้องยื่นต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด เพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉินชั่วคราวโดยด่วน จึงต้องนำเรื่องนี้มาให้นายณรงค์ กลั่นวาริน ทร์ ประธานกกต. และร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล หนึ่งในคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เนื่องจากเราไม่ยอมรับคณะอนุชุดนี้ เนื่องจากนายอิทธิพร ได้มีการแต่งตั้งชุดดังกล่าวเลยที่กฎหมายกำหนด 1 ปี เรื่องนี้ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณา สิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองนั้นท่านกำลังพยายามปิดดึง ยื้อเวลา แต่พอจะสปีดให้เข้ากับเกมของใครก็ไม่รู้ที่วางแผนไว้ อยากเป็นผู้นำ ทำไมถึงเร็วปรี๊ดขนาดนี้ ซึ่งมีข่าวว่ากกต.จะลงความเห็นในเรื่องนี้ในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ เพื่อให้ทันกับวันที่มีเลิกงามยามดีในวันที่ 19 มี.ค.นี้หรือไม่" นายอัครวัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีการแก้ไขไม่ให้มีการนำเอกสารแนะนำตัวเข้าไปยังสถานที่เลือกสว. หรือไม่ เนื่องจากมีการอาศัยช่องในการทำทุจริตได้ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมองว่ากกต.เปิดโอกาสให้ผู้สมัครเข้ารับการเลือกสว.ในรอบเช้าได้มีการเตรียมตัว เพื่อนำเอกสารเข้าไปสู่รอบการเลือกไขว้ตอนบ่ายได้ เพราะในรอบเช้ามีการจับผิดได้บ้างเช่นมีการใส่เสื้อสีเหลือง หรือใส่สูท มีผู้ควบคุมใส่สมาร์ทวอช์ แต่ไม่ถูกตัดสิทธิ

ขณะที่กกต.ระบุว่าไม่ให้นำเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครสว. หรือใบสว. 3 เข้าไปในสถานที่เลือก ซึ่งบอกว่าการใช้เวลาร่วมกันเวลา 3-4 ชั่วโมง เท่ากับเป็น การบอกว่าให้ไปเตรียมตัว เพราะไม่สามารถนำเอกสารที่เตรียมมาติดตัวเข้าไปได้ หากกกต.ให้เวลาในการเตรียมตัวแค่ 30 นาที และมีการจับหมายเลขใหม่ ไม่ให้นำเอกสารไปสว. 3 เข้าไปได้จะสามารถป้องกันการฮั้วได้ และเชื่อว่าหากมีการเลือกสว.ในครั้งหน้าและห้ามนำเอกสารทุกชนิดเข้าไปในสถานที่เลือก ก็จะสามารถป้องกันการฮั้ว อีกทั้งกกต.ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกเป็นสารตั้งต้นเป็นตะแกรงในการคัดกรองคนดีเข้าไป รวมถึงกกต.ต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...