โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรมการปกครอง ยกเลิกให้ "พรรคประชาชน" เชื่อมข้อมูลระบบยืนยันตัวตน

Thai PBS

อัพเดต 15 มี.ค. เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. เวลา 03.52 น. • Thai PBS

วันนี้ (15 มี.ค.2569) สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เผยแพร่เอกสารกรณีข้อมูลของประชาชนเกิดการรั่วไหลในส่วนของข้อมูลส่วนบุคคลระบุว่า

ตามที่ปรากฏข่าวสารกรณี พรรคประชาชน ได้ตรวจพบความพยายามจากบุคคลภายนอก ในการเข้าถึงข้อมูลในระบบฐานข้อมูลสมาชิกของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอเรียนชี้แจง ดังนี้

1. การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ

(1) กรมการปกครอง โดยสำนักบริหารการทะเบียน แจ้งยกเลิกการให้พรรคประชาชนใช้งานระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) รวมถึงการใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.2569 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป และได้แจ้งให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้กรมการปกครองทราบ

เพื่อคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของข้อมูล พร้อมทั้งพิจารณาการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ กับทุกหน่วยงาน ภายใต้นโยบายการรักษาความลับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

(2) กรณีที่มีการนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือใช้เกินวัตถุประสงค์ที่กฎหมายกำหนด หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลมิได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

หากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง จะพิจารณาเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือร้องเรียนเพื่อให้มีการพิจารณาโทษทางปกครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดต่อไป

2. กรณีหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับการอนุญาตให้เชื่อมโยงข้อมูล

หากมีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่ชอบ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่

(1) พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรโดยมิชอบ

(2) พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เข้าถึงข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำ อันมิใช่ข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนบัตรโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร

(3) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA)

  • การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานกฎหมาย
  • มีโทษทางแพ่ง ทางปกครอง และทางอาญา

(4) พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

  • หากมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

(5) กฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายพรรคการเมือง

  • หากการได้มาของข้อมูลถูกนำไปใช้เกี่ยวกับการสมัครสมาชิกพรรค หรือกิจกรรมทางการเมืองโดยมิชอบ

ทั้งนี้ การพิจารณาความผิดต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ

3. สิทธิของประชาชนในการฟ้องร้องหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคล

หากมีการนำข้อมูลหน้าบัตรประชาชนของบุคคลไปใช้โดยมิชอบ เช่น ใช้สมัครบริการทางการเงิน เปิดบัญชี หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ จนทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหาย เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในความผิดที่มีโทษอาญา และมีสิทธิร้องเรียนเพื่อขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้แก่

(1) ความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(2) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264–268 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และ/หรือมีโทษปรับสูงสุดถึง 200,000 บาท

(3) ความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(4) ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อความหรือตัวเลขซึ่งเป็นข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 49 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(5) หากมีการเปิดเผยข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร จะเป็นความผิดตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(6) ร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตรวจสอบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และพิจารณาการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าของข้อมูล

4. แนวทางการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่

ในกรณีที่ประชาชนมีความกังวลว่าข้อมูลบนบัตรประชาชนอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ สามารถดำเนินการได้ ดังนี้

(1) ติดต่อสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต เพื่อขอทำบัตรประชาชนใหม่

(2) กรณีมีเหตุจำเป็น เช่น ข้อมูลอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาดำเนินการออกบัตรใหม่ได้ตามระเบียบ แต่ยังคงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด (ค่าธรรมเนียม 100 บาท)

(3) เลขประจำตัวประชาชนยังคงเดิม แต่จะมีเลขหลังบัตร (Laser ID) ใหม่

อ่านข่าว :

"พริษฐ์" มั่นใจปม Laser ID ไม่เสี่ยงทำ ปชน.ถูกยุบ ย้ำทำถูกกฎหมาย

เริ่มแล้วโหวตประธานสภาฯ "โสภณ" แข่ง "พริษฐ์"

ประชุมสภาฯ นัดแรก เลือก "ประธานสภา-รองประธานสภาฯ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

รพ.รามาธิบดี แจ้งปรับรูปแบบการให้บริการ จากผลกระทบเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง เริ่ม 23 มี.ค.นี้

35 นาทีที่แล้ว

"ณัฐพงษ์" ตั้งคำถามถึงคนซื้อ "งูเห่าส้ม" ทำเพื่ออะไร ยันพรรค ปชน.ไม่เสียสมาธิ

55 นาทีที่แล้ว

เปิด 293 เสียง โหวต "อนุทิน" นั่งนายกฯ - "สุริยา วงศ์อารีย์" สวนมติ ปชน.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศธ.เร่งสอบครูทำโทษนักเรียน ป.5 เหตุไม่ส่งงาน พร้อมพิจารณาความผิดทางจรรยาบรรณ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...