KS ประเมินตลาดหุ้นไทยซื้อขายในกรอบ 1,375-1,430 จุด ชู MTC-CK
#ทันหุ้น-แนวโน้มตลาดหุ้นไทย : ในสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศการลงทุนผันผวนต่อเนื่องตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางหนุนให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับ $US100 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โมจตาบา คาเมเนอี ประกาศจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ในส่วนของโฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดขายสุทธิตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง
เป็นเวลาหกวัน หนุนให้นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 2.86 หมื่นลบ.นับตั้งแต่เกิดสงคราม สัปดาห์นี้ KS เราประเมินตลาดหุ้นไทยซื้อขายในกรอบ 1,375 – 1,430 จุด มองว่าตลาดยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติม การเปิดประชุมสภาครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้งรวมไปถึงการเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาล หากเกิดขึ้นได้เร็วจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดในสัปดาห์หน้าโดยเฉพาะกลุ่ม Domestic play ที่ได้ประโยชน์ของการเร่งเบิกจ่ายงบของภาครัฐและการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆเพื่อชดเชยความผันผวนของราคาพลังงาน
Top pick:
MTC: ราคาพื้นฐาน 43.10 บาท
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ MTC จากแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและเป็นเกษตกร นอกจากนี้เรามองว่า MTC มีสาขาเยอะสุดในกลุ่มจำนำทะเบียนมากถึง 8600 สาขา และในปี 2026 จะเป็นการเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาเพื่อทำให้ยอดสินเชื่อต่อสาขาเติบโตเพิ่มมากขึ้น เรามองว่ามีโอกาสที่ MTC จะมี loan growth ในปี 2026 ที่ระดับ 10% ขึ้นไป นอกจากนี้เราเชื่อว่าขาดทุนรถยึดจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ และคาดว่าในปี 2026 จะเริ่มเห็นการปรับลดลงของ ต้นทุนการเงินอย่างชัดเจนภายหลังการลดดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปี 2025 ที่ผ่านมาและ 74% ของหนี้ MTC เป็น หนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวจากธนาคารเป็นหลัก
CK ราคาพื้นฐาน 21.91 บาท
เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อโครงการใหม่ของ CK โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลมุ่งเน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการแข่งขันที่ลดลงในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ โดยในอดีต ปีแรกของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การประมูลโครงการมักจะเร่งตัวขึ้น สำหรับโครงการในแผนงานปี 2026 โครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมีมูลค่ารวม 1.65 แสนลบ. ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2 ทางพิเศษมอเตอร์เวย์ M5 และ M9 โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 1 ประสบปัญหาความล่าช้าในการก่อสร้าง เนื่องจากโครงการถูกแบ่งออกเป็นสัญญาย่อยหลายฉบับและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้รับเหมาชาวจีน ในทางตรงกันข้าม เฟส 2 ได้รับการปรับโครงสร้างใหม่เป็นสัญญาขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อดึงดูดผู้รับเหมาหลักอย่าง CK และจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้รับเหมาชาวไทย
KS Research
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย