“ซูเปอร์สปอร์ต” ร่วมกระแสไพรเวตเลเบล รุกตลาดแมสปะทะค้าปลีกกีฬาสัญชาติฝรั่งเศส
“ซูเปอร์สปอร์ต” บุกชิงเค้กเซ็กเมนต์สินค้ากีฬาระดับแมส ส่งทัพสินค้า Private Label ท้าชนเชนคู่แข่งสัญชาติฝรั่งเศส
นายอเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมค้าปลีกสินค้ากีฬามูลค่าประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท ในปี 2569 นี้ ยังมีทิศทางที่สดใสและอาจขยายตัวได้ถึง 4% ด้วยแรงหนุนจากไลฟ์สไตล์รักสุขภาพ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการออกกำลังกาย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่
ขณะเดียวกัน ปี’69 นี้ตลาดจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการจัดอีเวนต์กีฬาทั้งระดับโลก และระดับเอเชียหลายรายการ อาทิ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 มากระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาในวงกว้างอีกด้วย
เพื่อต่อยอดโมเมนตัมของตลาด ปี 2569 นี้ บริษัทเดินหน้าธุรกิจเต็มรูปแบบทั้งการขยายสาขาใหม่, รีโนเวตสาขาเดิมเป็นโมเดลใหม่ Store 3.0, ขยายแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอทั้งอินเตอร์แบรนด์ใหม่ ๆ และสินค้าไพรเวตเลเบล, รวมไปถึงการจัดกิจกรรมการตลาด และกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อปรับโพซิชั่นจากร้านสินค้ากีฬาไปเป็นพื้นที่สำหรับ Sports Community เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างยิ่งขึ้น และสร้างการเติบโตในระยะยาว
“จากนี้ซูเปอร์สปอร์ตจะไม่จำกัดตัวเองให้เป็นเพียงร้านอุปกรณ์กีฬาแล้ว เพราะคนจะคิดถึงเฉพาะตอนต้องการซื้ออุปกรณ์กีฬาเท่านั้น ทำให้โอกาสการขายและการเติบโตลดลง”
ส่ง Private Label ขยายฐาน
นายเล็น เลิศสุมิตรกุล ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด เสริมว่า ปีนี้บริษัทดึงแบรนด์ระดับโลกทั้งในกลุ่ม Performance และ Lifestyle เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอ โดยได้รับสิทธิบริหารแบรนด์ อย่าง HEAD สำหรับสินค้า Tennis, Pickleball, Paddle และ FILA ในส่วนของ Sports & Lifestyle อย่างเต็มรูปแบบ
รวมถึงเตรียมเปิดตัวสโมสรฟุตบอลใหม่ที่ได้รับลิขสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อสร้างสีสันให้กลุ่มแฟนกีฬาเร็ว ๆ นี้
พร้อมกันนี้ยังจับมืออินเตอร์สปอร์ต (Intersport) ผู้ผลิตสินค้ากีฬาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ พัฒนาไลน์สินค้า Private Label อาทิ Energetics, PRO TOUCH, McKINLEY และ Firefly เข้ามาวางจำหน่ายในหลายหมวดหมู่ อาทิ กีฬาทางน้ำ, กิจกรรมกลางแจ้ง และสินค้ากีฬาสำหรับเด็ก โดยย้ำจุดเด่นคุณภาพระดับพรีเมี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคในวงกว้าง ต่อยอดความสำเร็จในหมวดวิ่ง ฟุตบอล และเอ็กเซอร์ไซส์ รวมถึงชิงส่วนแบ่งตลาดสินค้ากีฬาระดับกลาง-แมส ซึ่งปัจจุบันมีเชนร้านค้าปลีกสินค้ากีฬาสัญชาติฝรั่งเศสเป็นผู้เล่นรายหลักอยู่
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าระยะ 5 ปี ที่จะเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label จาก 5% ของยอดขาย ให้ได้ถึง 10%
ปักธง 2 สาขาใหม่
ด้านการขยายสาขาปี’69 นี้ บริษัทจะเปิดสาขาใหม่ 2 แห่ง และรีโนเวต 10 สาขาทั่วประเทศให้เป็น Store 3.0 ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ ประกอบด้วย สาขาขอนแก่น ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่สำหรับสาขาต่างจังหวัด อีกสาขาคือ นอร์ทวิลล์ รัตนาธิเบศร์ ส่วนสาขาที่จะรีโนเวต อาทิ บางนา และสาขาต่างจังหวัดอีกประมาณ 10 สาขา เพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศได้รับประสบการณ์ในมาตรฐานเดียวกัน
สำหรับโมเดล Store 3.0 นั้น จะเน้นประสบการณ์แบบ Interactive ตามแนวคิดพื้นที่ที่กีฬาไม่ได้มีแค่การซื้อขาย แต่เป็นพื้นที่ของการใช้ชีวิต ผ่านกิจกรรมกีฬา เวิร์กช็อปเฉพาะทาง การเชื่อมต่อกับนักกีฬาและ KOLs ด้านกีฬา
ขยาย Sports Community ทั่วประเทศ
พร้อมรีเฟรชแบรนด์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ Sport เป็นเรื่องที่ง่ายและเข้าถึงคนไทยได้อย่างทั่วถึง พร้อมสร้างแบรนด์ให้เกิด Deep Connection กับกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ผ่าน Insight ระดับ Segment เพื่อขยายฐานของ Sport User ในระดับประเทศ
ขณะเดียวกัน จะเพิ่มจำนวนสมาชิก Sports Community ระดับประเทศ ผ่านกิจกรรมกีฬาที่หลากหลายและเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ควบคู่กับการต่อยอดแนวคิดด้าน Sustainability ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
“ปี 2569 นี้ เรามองเห็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพฤติกรรมลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่ม New Generation จึงนำแนวคิด Move You, Move Sports มาตีความใหม่ และรีเฟรชแบรนด์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ภายใต้ไอเดีย ‘ทำทุกมูฟให้เป็นกีฬา ด้วยนิยามในแบบคุณ’ ปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง Sports Communities ของไทย”
ทุ่ม 75 ล้านปั้นสาขาเซ็นทรัลเวิลด์
โดยมี “เซ็นทรัลเวิลด์ แฟลกชิปสโตร์” เป็นต้นแบบของโมเดล Store 3.0 และ Sports Destination ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยการทุ่มงบฯ 75 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์อินเตอร์แอ็กทีฟ เพื่อยกระดับ Customer Journey ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โซนทดลองสินค้าเฉพาะทาง, การวิเคราะห์รูปเท้าเพื่อเลือกรองเท้าที่เหมาะสม, พื้นที่ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงระบบ Omnichannel ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ช็อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อระหว่างหน้าร้านและออนไลน์
ภายในร้านรวบรวมแบรนด์กีฬาระดับโลกครบทุกหมวดหมู่ พร้อมโซนกิจกรรมและพื้นที่สร้างคอมมิวนิตี้ ให้ลูกค้าได้สัมผัสมากกว่าการซื้อสินค้า แต่เป็นการมีส่วนร่วมใน Sports Community
การพัฒนาแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานค้าปลีกกีฬาไทยสู่ระดับภูมิภาค และมุ่งสู่การเป็น The Best Multi-Brand Sports Store in Southeast Asia ที่ไม่ใช่เพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า หากแต่เป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาอย่างครบวงจร
ปี’68 รัวอีเวนต์กีฬาแล้ว 331 งาน
ด้าน นางสาววิยะดา บูรณะภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด อธิบายว่า จุดแข็งสำคัญของ Supersports คือการให้ความสำคัญกับการสร้าง Sports Community อย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์
โดยแบรนด์สามารถสร้างการเข้าถึงผู้บริโภค หรือ Highest Brand Reach In Sports Retail สูงถึง 70% ทั้งนี้ ในปี 2568 Supersports ได้จัดกิจกรรมรวมกว่า 331 งานทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 300,000 คน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขยายฐานลูกค้าและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมในทุกเซ็กเมนต์ พร้อมทั้งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านกิจกรรมและคลับที่ครอบคลุมทุกประเภทกีฬา
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวครอบคลุมกีฬาทุกประเภท อาทิ Running, Football, Racket, Outdoor และ Training ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น Supersports Running Club, Football Clinic, Football Fan Meet, Golf Tournament, Tennis Clinic, Badminton Clinic และกิจกรรมอื่น ๆ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ซูเปอร์สปอร์ต” ร่วมกระแสไพรเวตเลเบล รุกตลาดแมสปะทะค้าปลีกกีฬาสัญชาติฝรั่งเศส
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net