โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย รุกเจาะฐานเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ดันชิป “ต้นน้ำ” เสริมความมั่นคงเทคโนโลยี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 04.44 น.

บีโอไอผนึกคลังโรดโชว์วอชิงตัน ดี.ซี. เจรจา 3 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปและเครื่องจักรทดสอบระดับโลก ชูยุทธศาสตร์ดึงฐานผลิต Wafer Fab และวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ ปักหมุด "ไทย" ศูนย์กลางภูมิภาค คาดมูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์โลกแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สิ้นปี 69 รับดีมานด์ AI พุ่งสูงขึ้น

20 เมษายน 2569 - รัฐบาลไทยเดินหน้าเชิงรุกในการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยในการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน 2569 คณะผู้แทนนำโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เข้าหารือกับบริษัทเป้าหมายในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และองค์กรเศรษฐกิจชั้นนำ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นฐานผลิตชิปต้นน้ำและวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจร

เจรจา 3 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี : จาก Cooling Chip ถึง Wafer Fab

บีโอไอได้รุกหารือแผนการลงทุนกับบริษัทชั้นนำ 3 ราย ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก ประกอบด้วย:

  • Phononic : ผู้ผลิตชิปควบคุมอุณหภูมิ (Cooling Chip) สำหรับระบบประมวลผล AI ของ NVIDIA ปัจจุบันลงทุนในไทยแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท และเตรียมย้ายฐานการผลิตวัสดุต้นน้ำจากสหรัฐฯ มายังไทยภายในปี 2570 ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นฐานผลิตครบวงจรแห่งแรกของบริษัท
  • GlobalFoundries : ผู้ผลิตชิปอันดับ 5 ของโลก รัฐบาลได้เชิญชวนให้พิจารณาลงทุนโรงงานผลิตชิปต้นน้ำ (Wafer Fabrication) แห่งใหม่ในไทย เพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center โดยบริษัทมองว่าไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชน
  • Teradyne : ผู้นำด้านเครื่องจักรทดสอบชิปอัตโนมัติ (ATE) อันดับ 1 ของโลก ซึ่งมีแผนขยายการว่าจ้างผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการทดสอบชิปประมวลผลขั้นสูง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ว่า “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเป็นตัวกำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลก ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ กำลังแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อดึงการลงทุน การดึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เข้าสู่ประเทศไทย จะเป็นการสร้างเครื่องยนต์ใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างงานคุณภาพสูงที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าอุตสาหกรรมดั้งเดิม”

ผนึกเครือข่าย SEMI และหอการค้าสหรัฐฯ ย้ำจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์

นอกจากการพบปะรายบริษัท คณะยังได้หารือกับ สมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก (SEMI) เพื่อใช้เครือข่ายสมาชิกกว่า 4,000 บริษัทในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลก และเตรียมแผนจัดงาน SEMICON ในประเทศไทยเพื่อดึงดูดการลงทุนในอนาคต

ขณะเดียวกัน ผลการหารือกับ หอการค้าสหรัฐฯ (USCC) พบว่าบริษัทชั้นนำอย่าง Dow Chemical, Chevron และ IBM ยังคงมองไทยเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจระดับภูมิภาค (Regional Hub) ไม่ใช่เพียงฐานการผลิตเพื่อส่งออก โดยรัฐบาลได้ยืนยันความพร้อมในการปฏิรูปกฎระเบียบศุลกากรดิจิทัล และการพัฒนาทักษะบุคลากรร่วมกับภาคเอกชนเพื่อรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง

สถิติการลงทุนสหรัฐฯ ในไทย : เติบโตต่อเนื่องในกลุ่ม Deep Tech

สถิติการลงทุนจากสหรัฐอเมริกาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564–2568) มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 232 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 220,300 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักคืออิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และดิจิทัล ซึ่งเฉพาะปี 2568 มีมูลค่าการลงทุนรวม 32,774 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนอเมริกันต่อเสถียรภาพและศักยภาพของไทย

เลขาธิการบีโอไอ กล่าวทิ้งท้ายถึงผลประโยชน์ระยะยาวต่อผู้ประกอบการไทยว่า“อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ทั้งในกิจการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตวัตถุดิบ และบริการด้านวิศวกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”

การขยายตัวของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่คาดว่าจะมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2569 นี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะเร่งชิงส่วนแบ่งการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI อย่างเต็มตัว

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...