‘ฟันด์โฟลว์’ระยะสั้นผันผวน สงครามคลี่คลายไหลเข้าSET
#ฟันด์โฟลว์#ทันหุ้น-“กูรู” เผย แนวโน้มฟันด์โฟลว์ ระยะสั้นภาพยังไม่ชัด แต่หากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน คลี่คลาย หนุนเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ -เอเชีย เหตุ แวลูเอชั่นถูก-ค่าเงินอยู่ทิศทางแข็งค่า ด้านหุ้นไทยมีลุ้นมาตรการรัฐกระตุ้นศก.ดันจีดีพีครึ่งปีหลังโต มองSETใกล้ 1,500 จุด ระดับตึงตัวแนะขายทำกำไร รอจังหวะตั้งรับ หลังประกาศงบไตรมาส1 เสร็จ เฟ้นหุ้นเด่นจ่อฟื้นหลังสงครามดีขึ้น “BH –WHA -SCC –KTC –STEC –GULF -THAI-AOT-TRUE
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น”ว่า แนวโน้มเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)ระยะสั้นยังมีความไม่ชัดเจนนัก ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามคือสถานการณ์สงครามตะวันออกลางระหว่าง สหรัฐ กับอิหร่าน ซึ่งสถานการณ์ของสงครามมีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่ยุติได้เร็ววัน แต่สถานการณ์ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หนุนให้ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) มากขึ้น
@หวังรัฐกระตุ้นศก.
รวมถึงตลาดหุ้นไทย ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยหนุนจากทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังกลางปี 2569 จะมีความชัดเจนขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยปลดล็อกความกังวลเรื่องการปรับลดประมาณการ GDP และดึงเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ให้ค่อยๆ ไหลกลับเข้ามาตลาดหุ้นไทย
นายวิจิตร กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ระดับใกล้ 1,500 จุด จะเริ่มเห็นความตึงตัวด้านมูลค่า (Valuation) เนื่องจากเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับราคาเหมาะสม (Fair Value) ของปีนี้ จึงแนะนำทยอยขายทำกำไร และชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลการประกาศงบไตรมาส 1/2569 ว่าหลังจากประกาศงบแล้วนักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการกำไร (EPS)ของตลาดลงหรือไม่หลังจากนั้น ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพอัพไซด์ของหุ้นแต่ละตัวได้ชัดเจนขึ้น
ดังนั้นจึงแนะนำว่าระยะสั้นอาจจะชะลอการลงทุน หากดัชนีปรับตัวลงมาจะเป็นลักษณะของการตั้งรับ และหากสงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย ให้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นพลังงาน และเปลี่ยนมาเน้นหุ้นที่อยู่ใน “โซนล่าง” ที่ราคาเคยปรับตัวลงมาเพราะได้รับผลกระทบจากสงครามหรือราคาน้ำมันที่สูงก่อนหน้านี้ และผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ดี
@เปิด 5 หุ้นเด่น
โดยหุ้นเด่นแนะนำลงทุน ได้แก่ BH แม้จะมีความกังวลเรื่องลูกค้าตะวันออกกลางจากประเด็นสงคราม แต่ผลกระทบไม่ได้มาก , กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำ WHA , กลุ่มปิโตรเคมี แนะนำ SCC เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการจัดเก็บสต็อกสินค้า และปัญหาอุปทานส่วนเกินเริ่มคลี่คลาย ,กลุ่มไฟแนนซ์ แนะนำ KTC ซึ่งโดดเด่นในกลุ่มไฟแนนซ์ขนาดใหญ่ และโดยคาดว่ากำไรไตรมาส 1/2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) และกลุ่มก่อสร้าง แนะนำ STEC มีปัจจัยบวกจากการปรับค่า K ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการประมูลโครงการใหม่ ๆ ของภาครัฐที่จะเริ่มชัดเจนขึ้น
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า หากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางคลี่คลายเร็ว ก็จะส่งผลดีกับสินทรัพย์เสี่ยง และคาดว่าวงจรดอกเบี้ยขาลงจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นผลดีต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน จะทำให้ฟันด์โฟลว์ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ และภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากระดับราคา
@บาลานซ์พอร์ต
ทั้งนี้หากสถานการณ์สงครามไม่ยืดเยื้อ หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามจะเริ่มกลายเป็นเป้าหมายของฟันด์โฟลว์ แต่หากสงครามลากยาว หุ้นกลุ่มที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic) อาจถูกปรับประมาณการกำไรลงและกลับมาถ่วงตลาดได้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ คือการทำ Barbell Portfolio หรือการบริหารพอร์ตแบบถ่วงน้ำหนักสองข้าง
โดยเน้นผสมผสานระหว่าง กลุ่มพลังงาน: เช่น PTTGC, IVL, PTTและ TOP และ กลุ่มที่รอการฟื้นตัวหลังสงครามคลี่คลายเช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ GULF กลุ่มท่องเที่ยว แนะนำ THAI AOT และกลุ่มสื่อสาร แนะนำ TRUE