‘ภาวุธ’ พรรคส้ม ชี้อย่าฆ่าตัวตายด้วย ‘สงครามราคา’ ทุเรียนลูกละ 100
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายภาวุธ วงษ์วิทยภาณุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วิเคราะห์ พาณิชย์ Live ขายทุเรียน: ได้ "หน้า" หรือเกษตรกรจะได้ "เนื้อ" จริงๆ? เห็นแคมเปญรัฐบาลดึงอินฟลูฯ มาไลฟ์ขายทุเรียนแล้ว ผมมีทั้งเรื่องที่ "เห็นด้วย" และเรื่องที่ "กังวล" ครับ!
อย่าทำแค่ "จุดพลุ" แล้วหายไป! การไลฟ์ขายของเป็นเรื่องดีครับ แต่มันคือแคมเปญ "ระยะสั้น" ที่เน้นภาพลักษณ์ ถ้าทำแค่เพื่อเอาหน้า แต่เกษตรกรไม่ได้ความยั่งยืน สุดท้ายเขาก็ต้องกลับไปพึ่ง "ล้ง" เหมือนเดิม รัฐต้องเลิกมองแค่การทำโปรโมชั่น แต่ต้องสร้าง "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล" ให้เกษตรกรยืนได้ด้วยขาตัวเองครับ!
แพลตฟอร์มขายออนไลน์ดีแต่ต่างชาติสูบค่าบริการหนัก การไปขายบนแพลตฟอร์มต่างชาติมันง่ายครับ วันนี้เขาอาจจะช่วยรัฐบาลลดราคาค่าบริการ.. แต่ถ้าเกษตรกรติดใจแล้ว และหมดแคมเปญการช่วยเหลือ. รู้ไหมว่าเราจะโดนหักหัวคิว (GP) กันโหดมาก บางทีขายได้ 100 บาท โดนหักไปแล้ว 30 บาท! คำถามคือ… ถึงเวลาหรือยังที่ไทยจะมี "พื้นที่ค้าขายออนไลน์" ของตัวเอง?
OCN: ทางออกที่ไม่ต้องล้างผลาญภาษี ไม่ต้องไปสร้างแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ของรัฐแห่งใหม่ให้เจ๊งซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมาครับ! ผมขอเสนอโมเดล แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์แบบเปิด "Open Commerce Network" (OCN) รัฐทำแค่ "ฐานข้อมูลกลาง" (Central Catalog) รวมของดี ของเด่น เกษตรกรที่ได้มาตรฐานไว้ที่เดียว แล้วเชื่อมข้อมูลไปใส่ในแอปที่คนไทยมีกันอยู่แล้ว เช่น แอปธนาคาร, แอปเป๋าตัง หรือ แอปเอกชนที่มีคนใช้เป็นจำนวนมาก คนไทยไม่ต้องโหลดแอปใหม่ แค่กดโอนเงินในแอปธนาคาร ก็สั่งทุเรียนจากหน้าสวนได้เลย! นี่คือการลดต้นทุนการตลาดมหาศาล และยั่งยืนกว่าเห็นๆ
อย่าฆ่าตัวตายด้วย "สงครามราคา" ทุเรียนลูกละ 100 บาท ฟังดูดีสำหรับคนซื้อครับ แต่ในมุมคนทำธุรกิจ นี่คือการทำลายกลไกราคา! ถ้าเราเอาของเกรดดีไปดัมพ์ราคาแข่งกันเอง เกษตรกรจะเอาอะไรกิน? แทนที่จะได้ขายราคาพรีเมียม กลับโดนบีบให้ขายถูกเพื่อตัวเลขแคมเปญของรัฐ… เรื่องนี้ต้องระวังไม่ให้โครงสร้างราคาพังครับ!
กระจายให้หลากหลาย การทำแคมเปญการค้ารูปแบบนี้ควรขยายผลไปยังสินค้าประเภทอื่นๆ ที่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่ยังไม่เคยค้าขายทางออนไลน์ โดยร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการที่สนับสนุนการค้าออนไลน์ที่หลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะคนใดคนหนึ่ง เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ และการช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง
สร้างนักรบดิจิทัล "E-commerce Enabler" ที่จะช่วยนำชุมชนมาช่วยขายสู่ออนไลน์ เราต้องยอมรับว่าเกษตรกรบางคนทำสวนเก่งแต่กดมือถือไม่เก่งครับ รัฐควรส่งเสริม "คนรุ่นใหม่ในพื้นที่" ให้เข้ามาเป็นตัวกลาง ช่วยรับออร์เดอร์ บริหารหลังบ้าน แพ็กของส่งให้ครบวงจร เป็นการสร้างงานให้เด็กจบใหม่ในบ้านเกิดไปในตัวด้วย
ทั้งหมดนี้จะเป็นการเพิ่มช่องทางการค้าใหม่ๆ ให้กับเกษตรกร จะทำให้เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพา พ่อค้าคนกลาง หรือ ล้ง โดยทั้งหมด เพราะเขาจะสามารถนำสินค้าบางส่วน ไปขายตรงไปยังผู้บริโภค ทำกำไรได้มากขึ้น และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรได้ สรุปสั้นๆ รัฐบาลควรหยุดเป็นแค่ "คนจัดอีเวนต์" มองแผนระยะสั้น แต่ต้องวางแผนระยะกลางและยาว แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็น "Platform กลางที่เปิดกว้าง" เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มอำนาจต่อรองให้คนไทยครับ.