โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

น่าเวทนา! ยายวัย 85 ถูกหลานทาสยาตีจนเดินไม่ได้ ป่วยติดเตียง วอนอยากเจอหน้าลูกชาย 2 คนก่อนจากโลกนี้ไป

สยามนิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ผู้สื่อข่าวจังหวัด สระบุรี
วันที่ 26 เมษายน 2569 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค อาร์ต ผดุงเกียรติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อ่านให้จบระวังมิจฉาชีพด้วยนะครับ #ขออนุญาตใช้โพสต์นี้ตามหาลูกของคุณยายแก้วนะครับ #ในความเข้าใจของผมคือลูกแก

วันที่ 26 เมษายน 2569 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค อาร์ต ผดุงเกียรติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อ่านให้จบระวังมิจฉาชีพด้วยนะครับ #ขออนุญาตใช้โพสต์นี้ตามหาลูกของคุณยายแก้วนะครับ #ในความเข้าใจของผมคือลูกแก ติดต่อแกไม่ได้ (ให้ทักส่วนตัวมาที่ผมก็ได้หรือติดต่อคนที่ดูแลยายซึ่งคนที่ดูแลยายเขาบอกว่าติดต่อลูกของยายไม่ได้เลย) ขอย้ำว่าไม่ได้ต้องการรับบริจาคใดๆ ให้คุณยาย เพียงแต่ต้องการประสาน.ตามหาลูกของคุณยายครับ ยายติดเตียงมาพักใหญ่แล้วครับ คนที่ดูแลเป็นหลานห่างๆ และเป็นเหมือนเหลนสะใภ้ครับ ขออนุญาตไม่แจ้งพิกัดคุณยายนะครับ เพราะถ้าหลานที่ติดยารู้ จะมาทำร้ายร่างกายคุณยายเพื่อจะเอาเงินอีก

วันนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังห้องแถวแบ่งให้เช่า ไม่มีเลขที่ ในเขตพื้นที่ ชุมชนเกาะลอย ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งเป็นห้องเช่าเล็กๆ ภายในว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะเล็กที่วางชามข้าว และปิ่นโตที่ใส่อาหารมากิน พร้อมด้วยนมกล่องอีก 2-3 กล่อง และโต๊ะที่วางยา และอุปกรณ์ในการทำแผล ข้างผนังห้องพบหญิงวัย 85 ปีนอนสวมแพมเพิร์ส และเสื้อคอกระเช้าลายดอก อยู่บนเตียง ไม่สามารถขยับตัวได้ ทราบชื่อนางแก้ว ไกรสูตร ซึ่งทุกวันนี้ยายแก้ว ต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านเช่าเพียงลำพังคนเดียว

จะมีก็เพียงนายศูภชัย (อั้ม) โพธิ์เทพ อายุ 21 ปี (หลานคนเล็ก) ลูกของลูกสาวยายแก้วที่เสียชีวิตไปแล้ว เข้ามาคอยดูแล คอยเอาข้าว เอาน้ำ เอายาให้กิน และเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ และหลานที่เป็นลูกของน้องชาย ยายแก้วเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านให้ และนำข้าวมาให้บ้างเป็นบางครั้ง แต่ในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้นายอั้ม ซึ่งเป็นหลานที่คอยดูแลหลัก จะต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ ที่ดอนเมือง จึงทำให้ไม่มีคนคอยดูแลต่อ จะมีก็เพียงหลานลูกของน้องชายจะเข้ามาดูแลได้ในบางครั้งเพียงเท่านั้น ทุกวันนี้ยายแก้ว เป็นแผลกดทับอยู่ที่บริเวณสะโพก และหลัง ต้องคอยกินยาความดัน และไขมันอุดตันในเส้นเลือด

เดิมทียายแก้วมีลูกด้วยกัน 3 คนประกอบ ด้วยนางราณี (เสียชีวิตแล้ว) นายอนันต์ (ลูกชาย) ติดต่อไม่ได้ และนายอนุวัฒน์ (ลูกชาย) ติดต่อไม่ได้ ซึ่งนายอนันต์ และนายอนุวัฒน์ ได้ออกจากบ้าน และไม่กลับมาหายายแก้วอีกเลย หลังจากที่นางราณี ได้เสียชีวิตลง โดยยายแก้ว ได้อาศัยอยู่กับ หลานทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นลูกของนางราณี ประกอบด้วยนายเอก (ติดยาเสพติด) นายอ้น (ติดยาเสพติด) และนายอั้ม (กำลังไปเป็นทหารเกณฑ์) ที่หมู่บ้านพันดารา ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี จากนั้น นายอ้น หลานทาสยาได้เข้ามาทุบตี ทำร้ายร่างกายยายแก้ว เพื่อขอเงินไปเสพยา จนชาวบ้านเห็นทนไม่ไหวต้องพายายแก้ว หนีหลานทาสยาออกมาเช่าบ้านอยู่ในที่ดังกล่าว ส่วนลูกชายทั้ง 2 ของยายแก้วก็ไม่เคยกลับมาหาเลย ซึ่งทางญาติๆ พยายามติดต่อแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

จากการสอบถาม ยายแก้ว เล่าว่า ตอนนี้ตนเองรู้สึกคิดถึงลูกชายของตนเองทั้ง 2 คนมาก ซึ่งลูกชายทั้ง 2 ของตนเองไม่เคยมาหาตนเลย มีเพียงเมียนายอนันต์ ที่ส่งเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง เดือนละ 1,500 บาท แต่นานอนันต์ และนายอนุวัฒน์ ไม่เคยมาหาตนเลย ตอนนี้ตนเองอยากให้ลูกทั้ง 2 เข้ามาหาตนบ้าง ก่อนที่ตนเองจะตายไป ยายแก้ว เล่าเสริมว่า ตอนที่หลานทาสยาทำร้ายตนเองโดยการตีที่หัวเข่า ตนเองก็ร้องขอว่าอย่าทำร้ายตนเองเลย ทำให้ตนเองต้องหนี ตอนนี้รู้สึกปวดขามาก

ทางด้าน นางสาววิมล ศิลเตโชกุล อายุ 52 ปี ลูกของน้องชายยายแก้ว เล่าว่า ถ้าตนเองว่างจากงานก็จะเข้ามาช่วยเก็บกวาดบ้าน เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ส่วนด้านอาหารการกินก็จะมีพี่ๆ น้องๆของยายเข้ามาช่วย และถ้าตนเองเสร็จจากงานภายในบ้านก็จะเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านให้ ซึ่งตนเองก็ไม่มีเวลาทำให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในบางครั้งก็จะมี อสม.เข้ามาช่วยดูแลบ้าง ซึ่งตอนนี้ตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ อยากให้ยายได้เจอหน้าลูกๆ แค่นั้นเอง รับบริจาคอะไร ตนเองก็ไม่เอา อยากให้เจอลูกมากกว่า

ในขณะที่ นายศุภชัย เล่าว่า ตนเอง และพี่ชายอีก 2 คน ที่ติดยาเป็นหลานยาย โดยอาศัยอยู่กับยาย โดยยายเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ส่วนที่ตนเองต้องพายายมาอยู่ที่บ้านเช่าในที่นี้เนื่องจากว่า พี่ชายของตนคนกลางได้ทำร้ายร่างกายยาย จึงได้พายายหนีมาอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ตนเองต้องคอยมาดูแลยาย โดยเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ และหาข้าว หายาให้กิน บางวันก็มานอนเป็นเพื่อนอยู่กับยาย แต่วันที่ 1 พ.ค.ที่จะถึงนี้ตนเองต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ ที่ดอนเมือง จึงรู้สึกเป็นห่วงที่จะไม่มีใครเข้ามาดูแลยาย ตนเองอยากฝากบอกน้าชายทั้ง 2 คนให้เข้ามาดูยายสักครั้ง ซึ่งหลายปีมาแล้วยายยังไม่เคยเจอหน้าน้าชายทั้ง 2 คนเลย ส่วนเงินที่ตนเองเอามาดูแลยาย ก็ได้จากที่ตนเองไปรับจ้างร้านซักรีด โดยได้เงินเดือนละ 1,500 บาท และรายอาทิตย์อีกอาทิตย์ละ 200 บาท ที่ตนเองต้องเข้ามาดูแลยายเนื่องจากว่าตนเองเป็นห่วงยาย และยายก็เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เป็นเด็ก

จากนั้น นายอั้ม และนายอาร์ต เจ้าของเฟซบุ๊ก ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบ้านที่ยายแก้ว เคยอาศัยอยู่กับหลานๆ ก่อนที่จะหนีมาอาศัยอยู่บ้านเช่า ภายในหมู่บ้านพันดารา ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่มาเช่าอยู่มากนัก ซึ่งบ้านดังกล่าวเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว สภาพบ้านทรุดโทรมมาก กระจกหน้าต่างแตกหลายบาน มีเสื้อผ้ากองอยู่เต็มพื้นบ้าน ฝ้าหลุดหายไปหลายผ่าน และยังพบฝอยในการเสพยาบ้าวางอยู่เกลื่อนบ้าน โดยเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กัน เล่าว่า หลานยายมักจะพาเพื่อนเข้ามาเสพยากันเป็นประจำ โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กันไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

ทางด้านนายอาร์ต ผดุงเกียรติ เล่าว่า บ้านหลังดังกล่าวเดิมที่เป็นที่อาศัยอยู่ของยายแก้ว กับหลานๆ จากนั้นหลานที่ติดยา จะเข้ามาขอเงิน ซึ่งถ้าไม่ได้ก็จะทุบตียาย ก็ต้องหนีเดินออกนอกบ้าน ซึ่งหลานเมื่อทราบข่าวก็ได้พายายแก้วหนี เกรงว่าหลานจะเข้ามาทุบตียายแก้วอีก โยไม่บอกให้รู้ว่าไปยู่ที่ไหน ซึ่งการทำร้ายของหลานจะตีที่ขาบ้าง แตะยายบ้าง ในเวลาที่คลั่งยา

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระบุรี รายงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...