เปิดประตูสู่โลกศิลปะเมื่อ ‘ภูเก็ต’ กลายเป็นแกลเลอรีทั้งเกาะผ่าน Thailand Biennale Phuket 2025
อินเตอร์คอนติเนนตัล แบรนด์ลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ของ IHG Hotels & Resorts เปิดตัวแคมเปญ “InterContinental Doors Unlocked 2025” แพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ให้แขกผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก
ตั้งแต่แฟชั่นวีค ดีไซน์แฟร์ ไปจนถึงเทศกาลภาพยนตร์ชั้นนำ ผ่านกิจกรรมพิเศษใน 6 เมืองสำคัญได้แก่ลอนดอน นิวยอร์ก ดูไบ ภูเก็ต โตเกียว และซิดนีย์ ร่วมกับผู้นำเทรนด์ท้องถิ่น มอบมุมมองใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ
Tom Rowntree รองประธานกลุ่มแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกของ IHG กล่าวว่า “คอนเซียร์จคือหัวใจสำคัญของอินเตอร์คอนติเนนตัล และวันนี้เราได้ยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น ด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญของทีมงานให้สามารถพาแขกเข้าใกล้แก่นแท้ของเมือง
ซึ่งปัจจุบันนักเดินทางสายลักชัวรี โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ไม่ได้มองหาเพียงที่พักหรูหรา แต่ยังโหยหาประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม และสะท้อนจังหวะชีวิตของผู้คนในแต่ละเมือง อินเตอร์คอนติเนนตัลจึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การเข้าพักให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่แสวงหาความรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรม และการเข้าถึงแก่นแท้ของจุดหมายปลายทาง”
“ตลอดเกือบ 80 ปี ของการต้อนรับแขกจากทั่วมุมโลก ซึ่งได้หล่อหลอมให้เรามีมุมมองอันลึกซึ้ง และความเข้าใจในวัฒนธรรมระดับโลก แคมเปญ ‘Doors Unlocked’ จึงเป็นการต่อยอดความเชี่ยวชาญทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย พร้อมให้แขกรู้สึก ‘รู้ลึกและเข้าถึง’ ตั้งแต่วินาทีแรกที่มาถึง”
อย่างในประเทศไทย InterContinental Doors Unlocked: ภูเก็ต ไทยแลนด์ เบียนนาเล่ ได้จัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 1 – วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
Thailand Biennale Phuket 2025 ไม่ได้เป็นแค่งานศิลปะ แต่คือการเปลี่ยน “ทั้งเกาะภูเก็ต” ให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ขนาดใหญ่ ที่คนสามารถเดินทาง ท่องเที่ยว และสัมผัสศิลปะไปพร้อมกันได้ในคราวเดียว
งานนี้เป็นมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่ประเทศไทยจัดขึ้นทุก 2 ปี โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ “การหมุนเวียนเมืองเจ้าภาพ” จากกระบี่ นครราชสีมา เชียงราย และครั้งนี้มาถึงภูเก็ต ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 4 ของการจัดงาน แนวคิดแบบนี้ทำให้ศิลปะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในหอศิลป์ แต่กระจายตัวไปสู่พื้นที่จริงของเมือง เชื่อมโยงกับผู้คน ชุมชน และบริบทท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
สิ่งที่ทำให้งานครั้งนี้น่าสนใจ คือการใช้ทั้งเมืองเป็น “Art Trail” หรือเส้นทางศิลปะ ผู้ชมไม่ได้แค่เดินดูงานในห้องปิด แต่ต้องออกไปเจอศิลปะตามชายหาด ป่า อาคารเก่า หรือแลนด์มาร์กสำคัญของภูเก็ต
ทำให้ประสบการณ์ของการดูงานศิลป์กลายเป็นการ “เดินทาง” ที่มีเรื่องราวและความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ศิลปะจึงไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่มองเห็น แต่เป็นสิ่งที่เรา “เข้าไปอยู่ในนั้น”
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Thailand Biennale Phuket 2025 คือแนวคิดหลักที่ชื่อว่า “นิรันดร์กัลป์ (Eternal Kalpa)” ซึ่งพูดถึงวัฏจักรของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของโลกและสรรพสิ่ง
ฟังดูเป็นแนวคิดเชิงปรัชญา แต่ในความเป็นจริง มันกำลังเชื่อมโยงกับประเด็นร่วมสมัยที่เราเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสังคม หรือความไม่แน่นอนของโลกในปัจจุบัน
ศิลปินจากหลายประเทศถูกชวนให้ตีความแนวคิดนี้ผ่านผลงานในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้ง installation ขนาดใหญ่ ประติมากรรม งานมัลติมีเดีย ไปจนถึง performance art ทำให้ผู้ชมได้เห็นมุมมองที่แตกต่างกันออกไป บางชิ้นอาจตั้งคำถามกับอนาคตของโลก บางชิ้นอาจสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ หรือบางชิ้นก็อาจชวนให้เราหยุดคิดถึง “ช่วงเวลาปัจจุบัน” ที่กำลังผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จุดเด่นอีกอย่างคือ งานจำนวนมากเป็น site-specific art หรือผลงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อสถานที่นั้นโดยเฉพาะ หมายความว่า ถ้าย้ายงานออกจากพื้นที่เดิม ความหมายของมันอาจเปลี่ยนไปทันที สิ่งนี้ทำให้ภูเก็ตไม่ได้เป็นแค่ฉากหลังของงานศิลปะ แต่กลายเป็น “ส่วนหนึ่งของงาน” อย่างแท้จริง
ในอีกมุมหนึ่ง Thailand Biennale ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว งานลักษณะนี้ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ใช่แค่ทะเลหรือธรรมชาติ
แต่รวมถึง “วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์” ด้วย ภูเก็ตจึงไม่ได้ถูกมองแค่เป็นเมืองท่องเที่ยว แต่กำลังก้าวไปสู่การเป็น “เมืองศิลปะระดับโลก”