โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ศุภจี’ กางแผนรับมือวิกฤต ส่งรถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ บุกถิ่นทุรกันดารช่วยค่าครองชีพ

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

“ศุภจี” กางแผนรับมือวิกฤต ส่งรถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์ เน้นการเข้าถึงใจกลางพื้นที่ห่างไกล

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกขึ้นแจงนโยบายกลางรัฐสภา ท่ามกลางความกังวลเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจและค่าครองชีพ โดยยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายโอกาส พร้อมรับมือความผันผวนจากสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและวัตถุดิบสำคัญในประเทศอย่างใกล้ชิด

ส่งรถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์

ในด้านมาตรการลดค่าครองชีพเร่งด่วน นางศุภจีระบุว่ารัฐบาลไม่ได้ละเลยประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเตรียมส่งโครงการ “ธงฟ้าโมบายล์” และ “รถพุ่มพวง” นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไปจำหน่ายให้ถึงที่ พร้อมจัดโปรโมชั่นลดราคาสูงสุดถึง 58% และพ่วงด้วยสิทธิประโยชน์อย่างบัตรเติมน้ำมัน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะมีการแถลงอย่างชัดเจนภายหลังการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เม.ย. นี้

นอกจากการลดรายจ่ายแล้ว รัฐบาลยังมุ่งเน้นการเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชน ด้วยการใช้กลไกภาครัฐสนับสนุนสินค้าชุมชนและผู้ประกอบการ SME ให้ได้รับมาตรฐาน มอก. และ อย. เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์และร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งขึ้นในระยะยาว

สำหรับการบริหารจัดการสินค้าควบคุม นางศุภจีชี้แจงว่ามีการใช้มาตรการที่เหมาะสมตามสถานการณ์ บางรายการควบคุมเด็ดขาด ขณะที่บางรายการเน้นการเจรจาเพื่อชะลอการขึ้นราคา โดยยึดหลักความเป็นธรรมตามกลไกตลาดเพื่อให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคอยู่ได้ พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์คือการตรวจสอบให้มีการขายตามราคาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

กรณีความกังวลเรื่องน้ำมันปาล์ม รมว.พาณิชย์ ยืนยันว่าปัจจุบันราคาผลผลิตอยู่ในช่วงขาขึ้นที่ 8.10 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนมาตรการควบคุมการส่งออกนั้น ไม่ใช่การสั่งห้ามแต่เป็นเพียงการขออนุญาต เพื่อสำรองน้ำมันปาล์มไว้ใช้ในการผลิตไบโอดีเซลภายในประเทศ ป้องกันปัญหาขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยอมรับว่ามีความน่ากังวลในส่วนของ “ปุ๋ยยูเรีย” ที่อาจเริ่มขาดแคลนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เนื่องจากปัญหาสต๊อกสินค้าที่เดิมคาดว่าจะมีพอถึงเดือนสิงหาคม แต่จากการหารือกับภาคเอกชนพบว่าสถานการณ์ตึงตัวกว่าที่คิด ขณะนี้ไทยมีปุ๋ยประเภทอื่นที่ยังบริหารจัดการได้กว่า 64% แต่ปุ๋ยยูเรียยังต้องรอความชัดเจนจากการนำเข้า

ส่งรถพุ่มพวง-ธงฟ้าโมบายล์

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปุ๋ยยูเรียติดขัด มาจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยมีเรือขนส่งปุ๋ยจำนวน 5 ลำ ติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งเจรจากับทางการอิหร่านเพื่อขอให้ปล่อยเรือเดินทางต่อ หากสำเร็จจะช่วยคลายความกังวลเรื่องการขาดแคลนปุ๋ยและลดแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้ทันเวลา

นอกจากปัญหาปุ๋ยแล้ว รัฐบาลยังได้เพิ่ม “เม็ดพลาสติก” เข้าเป็นสินค้าควบคุมเพื่อดูแลปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการ หลังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางเช่นกัน โดยหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาและหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน เพื่อลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงท้าย นางศุภจีได้ฝากถึงสมาชิกรัฐสภาและประชาชนว่า รัฐบาลพร้อมน้อมรับทุกคำชี้แนะเพื่อนำไปปรับปรุงการทำงาน แต่ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม โดยย้ำว่าไม่อยากให้เกิดความตระหนก แต่ต้องการให้ทุกคน “ตระหนัก” ถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องปรับตัวและรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเพื่อก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...