สคอ.เตือนสงกรานต์ ดื่มไม่ขับ-ลดเร็ว พร้อมแนะหยุดเดินทางที่ไม่จำเป็น ฉลองใกล้บ้าน ลดเสี่ยง ท่ามกลางอากาศร้อน-น้ำมันแพง ย้ำ “ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง”
สคอ.เตือนสงกรานต์ ดื่มไม่ขับ-ลดเร็ว พร้อมแนะหยุดเดินทางที่ไม่จำเป็น ฉลองใกล้บ้าน ลดเสี่ยง ท่ามกลางอากาศร้อน-น้ำมันแพง ย้ำ “ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” ชวนครอบครัว-ชุมชน ลดเสี่ยงก่อนเกิดความสูญเสีย
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 69 - นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวว่า สถานการณ์อุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ยังคงน่าเป็นห่วง โดยข้อมูลจาก ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วันของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 พบเกิดอุบัติเหตุรวม 1,538 ครั้ง บาดเจ็บ 1,495 คน และเสียชีวิต 253 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจาก การดื่มแล้วขับ และการขับรถเร็ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือความสูญเสียของครอบครัว คนรัก และคนที่รออยู่ข้างหลัง จึงอยากให้ทุกคนฉุกคิดก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญของอุบัติเหตุ
นายพรหมมินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางลดความเสี่ยงในปีนี้ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุขอความร่วมมือประชาชนลดการเดินทางโดยไม่จำเป็นและเลือกฉลองสงกรานต์ในพื้นที่ใกล้บ้าน นอกจากจะช่วยลดเสี่ยงอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าน้ำมันที่มีราคาสูง อีกทั้งในช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น หากเกิดเหตุฉุกเฉินการเข้าถึงความช่วยเหลืออาจล่าช้าได้ นอกจากนี้เรื่องการดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อน แนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำและโรคลมแดด (Heat Stroke) รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันผิวไหม้แดดและอาการอ่อนเพลียจากความร้อน
สำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์ ขอให้ยึดหลัก “สนุก ปลอดภัย ไม่เสี่ยง” โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ไม่ควรเล่นน้ำกลางแดดจัดเป็นเวลานาน และควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพและอุบัติเหตุ ขณะเดียวกันขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้นำชุมชน ร่วมกำหนด “กติกาชุมชน” กำกับดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาล เช่น การกำกับดูแลพื้นที่จัดงาน การควบคุมวงดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลกิจกรรมคอนเสิร์ตไม่ให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงการตักเตือนและสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาในระยะยาว นอกจากนี้ผู้ขายมีหน้าที่ต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้ออย่างรอบคอบ หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดร้ายแรง โดยมีบทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงและอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ หากลดพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะ “ดื่มแล้วขับ ขับเร็ว และประมาท” ทุกคนสามารถร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ก่อนจะออกจากบ้าน หรือก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม ขอให้คิดถึงคนที่รอคุณอยู่ “ดื่มไม่ขับคนข้างหลังเป็นห่วง”