โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปิ่น’ มั่นใจไม่แพ้คดี หลัง ‘ต้อม รัชนีกร’ ยื่นฟ้อง 50 ล้าน ถ้าชนะจ่อฟ้องกลับ

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 08.55 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 08.55 น. • The Bangkok Insight

‘ปิ่น เลอลักษณ์’ ยินดีจ่าย 50 ล้าน หากแพ้คดี ‘ต้อม รัชนีกร’ ถ้าชนะจ่อฟ้องกลับ! หลังอีกฝ่ายอ้างทำหน้าผิดรูป

จากกรณีที่นักแสดงชื่อดัง ต้อมรัชนีกรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องโรงพยาบาลเลอลักษณ์ พร้อมพวกรวม4 ราย เรียกค่าเสียหาย50 ล้านบาท โดยกล่าวหา อ้างว่าทำหน้าผิดรูป มีปัญหากระทบการใช้ชีวิต ตามที่ได้เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้

‘ปิ่น เลอลักษณ์’ มั่นใจไม่แพ้คดี หลัง ‘ต้อม รัชนีกร’ ยื่นฟ้อง 50 ล้าน ถ้าชนะจ่อฟ้องกลับ

ล่าสุด (12 พ.ค.) ศาลจังหวัดนนทบุรี ได้มีการเลื่อนตัดสินคดีที่นักแสดงชื่อดังต้อม รชนีกร ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โรงพยาบาลเลอลักษณ์ และแพทย์ที่ผ่าตัดศัลยกรรม อ้างทำหน้าผิดรูป มีปัญหากระทบการใช้ชีวิต เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท เบื้องต้นศาลเลื่อนฟังคำตัดสินเป็นวันที่ 6 ส.ค. ที่จะถึงนี้ เวลา 9.00 น. ณ ศาลจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากฝั่ง ต้อม ยื่นหลักฐานใหม่เข้ามาเพื่อประกอบการพิจารณาคดี

โดยทางด้านทนายของ ปิ่น เลอลักษณ์ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า อีกฝ่ายฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย50 ล้านบาท ฟ้องตัวโรงพยาบาล กรรมการ และคุณหมอที่ทำศัลยกรรม ว่ารักษาผิดพลาด ไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ถูกต้อง ทำให้เขาได้รับความเสียหาย เขาก็เรียกค่าเสียหายมา วันนี้เลื่อนฟังคำพิพากษา เนื่องจากว่าอีกฝ่ายมีการยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่จะยื่นเพิ่มเติมหลังจากที่สืบพยานแล้ว

เมื่อถาม คุณปิ่น เลอลักษณ์ ว่ามีความมั่นใจในส่วนของตนเองอย่างไรบ้างนั้น เจ้าตัวตอบว่า ค่อนข้างมั่นใจ จะไม่ได้เป็นคนแพ้แน่ ๆ ค่อนข้างมั่นใจ เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด คุณหมอไม่ได้ทำอะไรผิด อยากให้เขาสวยสุดหัวใจเลย ตั้งใจ บอกคุณหมอเลยนะ คุณหมอทำสวยนะ เพราะน้องต้อมมีปัญหามาหลายครั้งแล้ว อยากให้เขาสวย ใจตนเองบริสุทธิ์จริง ๆ ในการตั้งใจช่วยเขา แต่ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างมั่นใจ เพราะเขาไม่ได้มีผลเสียหายทั้งทางกายภาพ แล้วก็ผลที่พิจารณาสืบพยานกันไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว พิสูจน์ทางการแพทย์ ก็ CTSCAN ก็ไม่ได้กระทบ กระเทือนเส้นประสาทอะไรเลย ที่จะก่อนให้เกิดอาการชา มันไม่ได้มีผลอะไร ผลเกิดจากการพูดของเขา เขารู้อยู่ในใจ แต่สื่อโซเชียลเขาก็ยังไปปรากฏตลอดเลยว่าเขายังใช้ปากได้ อ้าปากได้ ใช้ชีวิตได้ปกติ ร้องเพลงได้ แต่เขาแจ้งเรา ฟ้องเรามาเสียหายหลายอย่างมาก

ดังนั้น พอที่สืบพยานไปแล้วเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ก็ออกมาค่อนข้างจะมีความหมายว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด CT SCAN ก็เป็นผลที่ชัดจริง ๆ ถามว่าการที่อีกฝ่ายยื่นหลักฐานเพิ่มมามีความกังวลใจไหม ปิ่น เลอลักษณ์ ก็ตอบว่า แค่รู้สึก งง เพราะนัดวันนี้ แล้วก็เพิ่งรู้เมื่อเช้านี้ แค่รู้สึกว่าเขามีสิทธิ์ที่จะยื่นก่อนหน้านี้แล้ว คิดว่าไม่กังวลใจ ทนาย บอกต่อว่ายื่นพร้อมคำแถลงปิดคดี เมื่อ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา และมีการนัดคำพิพากษา 6 ส.ค. นี้ เวลา 09.00 น.

ถาม ปิ่น เลอลักษณ์ ต่อว่าถ้าชนะคดีจะฟ้องกลับไหม เจ้าตัวก็บอกว่าคงต้องคิดก่อน ปกติไม่เคยฟ้องคนไข้ท่านใด แต่ คุณต้อม ทำให้เสียหาย จากที่คนไข้ขาดความเชื่อถือทั้งโรงพยาบาลและแพทย์ มีการขอรับเงินมัดจำคืน ชี้แจงยังไงคนไข้ก็ไม่ฟัง เพราะสื่อโซเชียลก็แพง จิตใจตนแค่อยากให้เขาสวย แพทย์ก็เต็มที่ แต่ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ไม่อยากพูดคืออะไร ขอพิจารณาก่อน ปรึกษาทนายความก่อนว่าจะฟ้องร้องกลับหรือไม่

ถ้าจะฟ้องกลับก็ต้องปรึกษากันก่อน เรียกค่าเสียหายคืน เขาฟ้องตนมา 50 ล้าน ถ้าตนแพ้ ตนยินดีจ่ายให้เลย 50 ล้าน จ่ายเป็นเงินสด 50 ล้าน แต่ถ้าตนฟ้องกลับ ก็ตั้งตัวเลขเสียหายขนาดไหน ปรึกษากับทนายก่อน ถ้ามองในตัวเลขภาพรวมไปถึงไหน ก็มากกว่า 50 ล้านแล้ว ศัลยกรรมตกแต่งมันกระทบหลายเดือนมาก ๆ คู่แข่งเยอะ เศรษฐกิจแย่ กระทบรุนแรงมาก ถามว่าถ้ามีโอกาสฟ้องถึง 100 ล้านไหมก็พิจารณาก่อน

หากแพ้คดีขึ้นมา อันนี้คิดอย่างเดียวเตรียมตัวจ่ายเงิน 50 ล้าน แต่เรื่องที่จะมีกระทบความน่าเชื่อถือ ขอหากทางปรับปรุงแก้ไขเรื่องความเชื่อมั่นต่อไป ถามว่ายื่นอุทธรณ์ได้ไหม ทนายก็บอกว่ายื่นได้ ปิ่น ก็บอกก็คงยื่น สู้ถึงที่สุด ถามว่าลูกค้าหายไปไหม ก็หายไป ผลกระทบยาว ต้นทุนโรงพยาบาลสูงมาก เพราะฉะนั้นแค่ค่าเสียหายที่ลูกค้าไม่เข้าจนประสบปัญหา มันเสียหายหนักจริง ๆ มันมีขาดสภาพคล่องไปช่วงหนึ่ง หลังจากที่เป็นข่าวกับ คุณต้อม ตนก็ทำงานหนักมากขึ้น ทำการตลาด หรืออะไรที่ไม่เคยทำ ก็ลุกมาทำเอง ก็เริ่มจะดีขึ้นมา ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว

สิ่งที่ คุณต้อม พาดพิงทำให้เสียหายมากที่สุด ผลกระทบจากการผ่าตัดทำให้เขาใช้ชีวิตปกติไม่ได้ คือมันรุนแรง ทำให้คนเข้าใจผิด ข้อเสียหายที่เขาแจ้งมา เป็นอาการบอกเขาออกมาจากปาก ไม่มีใครรู้เลยว่าข้างในจริง ๆ เป็นยังไง ซึ่งมันพิสูจน์แล้วจากผล CT SCAN ธุรกิจเรา 25 ปีแล้ว ตัดกรามโครงหน้า ยุบโหนก เราไม่เคยมีผลกระทบกับคนไข้ แต่พอเกิดกับเขา ซึ่งกายภาพเขาสวยปกติ หน้าเรียว แก้ปัญหาจากที่อื่นหลายครั้ง ดังนั้น เวลาคนมอง คนก็จะเชื่อผู้เสียหาย แล้วเขาเป็นดาราด้วย เป็นสื่อของประชาชน เวลาเขาพูด คนเชื่อนะคะ ถ้าวันนั้นตนไม่ได้ชี้แจง โรงพยาบาลเลอลักษณ์ ล่มไปเลย การที่ออกมาชี้แจงสื่อ อันนั้นถือว่าช่วยชีวิตได้ระดับนึง คนเห็นแล้วก็เข้าใจตามผู้เสียหาย เขาคิดว่าเป็นผู้เสียหาย แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นผู้ได้รับมากกว่า

ส่วนที่พาดพิงแพทย์ ก็ไม่รู้จิตใจเขาคิดอะไรถึงทำได้ขนาดนี้ เพราะเขาชมตลอดเลย แพทย์ทำได้ยังไงสวยแบบนี้ อัดคลิปกับเราด้วยนะคะ มีคลิปยืนยันด้วยค่ะ คำชมของเขา บอกว่าไม่มีการผลกระทบเลย ยุบเร็ว กินข้าวได้เร็ว สัมภาษณ์กับเราหลังทำแค่ 10 วัน ตัดกรามออกมาดูดีทุกอย่าง พอมาดึงหน้าก็สวย ยุบบวมเร็ว หน้าเรียว คือชมตลอดเลยค่ะ แล้วคุณหมอยืนผ่าตัดให้เขานานมากๆ นะคะ ทำให้เขาอย่างเต็มที่ด้วยออเดอร์ปิ่นช่วยกัน เหมือนจะจับมือคุณหมอทำเลยนะคะ คือเราเจตนาดีจริง ๆ เราทำให้ด้วยใจ

แต่แพทย์เนี่ย มีผลกระทบ สงสารแพทย์มากจริง ๆ เพราะแพทย์เขาคืออยู่ภายใต้เลอลักษณ์ อยู่ภายใต้การดูแลของเรา เราเอาเขามาทำ เราขอร้องเขาแล้ว หลายรอบแล้วเขาจะไม่ทำ เลื่อนไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าคุณหมอไปดูอะไรมา เราก็ไปขอร้อง สงสารน้องต้อม เขารอมานานแล้ว เขาเคลียร์คิวดารามาแล้ว คุณหมอทำให้เถอะ จนกระทั่งผ่านพ้นไป เขาทำ แล้วก็มาหาว่าเราไปตื๊อให้เขาทำ โห หลายเรื่องไปหมดเลยค่ะ เรื่องช็อกของเรามันเยอะมากค่ะ เราสงสารคุณหมอมากจริง ๆ เขาทำไปผลลัพธ์ออกมาดี แต่เขาไม่พอใจเรื่องการรีวิว เขาก็ไปทำให้แพทย์เสียหาย

ซึ่งเราก็พยายามปกป้องแพทย์ โดยการที่ไปหาข้อมูลเก่า ๆ ของแพทย์ ซึ่งก่อนที่เราจะรับสมัครแพทย์ท่านนี้เข้ามา เราก็ศึกษาอยู่แล้วค่ะ รับสมัครแพทย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เราก็ศึกษาประวัติว่ามีคดีอะไรไหม เคยทำให้คนไข้มีปัญหาอะไรมาก่อนจริงหรือไม่ เกิดจากเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ หรือเกิดจากความประมาทของแพทย์ ศาลก็พิจารณาออกมาหมดแล้ว แล้วคุณหมอก็เป็นคนที่ฝีมือ มีหลายที่ต้องการเขามาก ๆ

ประวัติเป็นเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์
คืออันนี้เป็นเรื่องเก่าของคุณหมอนะคะ เป็นเรื่องเก่าที่คลินิกเดิม ก่อนที่จะมาทำกับที่อื่นแล้วก็มาเลอลักษณ์ค่ะ สรุปว่าเป็นเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ อาจจะมีตั้งแต่คลินิกเก่า ซึ่งการผ่าตัดในคลินิกมันไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว เวลาที่ทำในโรงพยาบาลมันจะปลอดภัยมาก แต่ยังไงก็ตาม คือเวลาที่ศาลท่านพิจารณา ท่านพิจารณาจากหลักฐานทางการแพทย์จริงๆ ดังนั้นพิสูจน์ดีแล้วค่ะ ว่าแพทย์ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด ไม่อย่างนั้นแพทย์จะโดนตัดสินยึดใบ ติดคุก เหตุสุดวิสัยทางการแพทย์เกิดขึ้นได้ มันไม่รู้เลยค่ะคนไหนจะแพ้ยาสลบ”

ประวัติของคุณหมอ ไม่เกี่ยวคดี ต้อม รชนีกร
ใช่ค่ะ ถ้าเกิดคดียังไม่จบ เราก็ไม่ได้รับคุณหมอสิคะ พิจารณาออกมาจบเรียบร้อยหมดแล้วค่ะ แล้วคุณหมอถือว่าฝีมือดี เป็นคนที่ตัดกรามมากที่สุดในเมืองไทย ฝีมือดีจริง ๆ ค่ะ

ยืนยันในมุมของตนเอง
สำหรับเลอลักษณ์ภายใต้การบริหารงานของเรา ตั้งแต่คลินิกสวยงามมาจนเลอลักษณ์ 25 ปีแล้วค่ะ เราอยู่ภายใต้การที่รับผิดชอบค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้ เราจะถูกหรือจะผิด เราไม่เคยฟ้องร้องคนไข้ใด ๆ แล้วเราก็มีการแก้ไขให้ตลอด ถ้าสังเกตเลย คดีทางการแพทย์ของเราจะมีน้อย เพราะว่าเราจบกันด้วยการเคลียร์ คุยกัน เราเข้าใจมนุษย์มากกว่า เราเข้าใจหัวใจคนมากกว่า คนเราไม่เหมือนกัน จิตใจไม่เหมือนกัน การศัลยกรรมตกแต่ง สำคัญมากเรื่องความรับผิดชอบ เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับความพอใจ เขาไม่ได้ป่วยมา เขาต้องการความสวย ความคาดหวังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราต้องอดทนจริง ๆ อยู่ในธุรกิจนี้ ต้องฟังคนไข้ ทั้งที่เรากล้ำกลืนบางครั้ง แต่เราต้องอดทนและใจเย็นมากค่ะ

มั่นใจชนะคดี?
มั่นใจค่ะ ค่อนข้างมั่นใจ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับศาลท่านจะพิจารณาค่ะ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...