CKP ลงสนาม Direct PPA วางระบบ 2 เขื่อนไฟฟ้าลาว
#CKP #ทันหุ้น – CKP ติดตั้งระบบคาดการณ์น้ำรับมือความเสี่ยงเอลนีโญ พร้อมบริหารการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในลาวอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โครงการหลวงพระบางคืบหน้าแล้ว 72% ตามแผน เดินหน้าขยายโซลาร์-RECs ศึกษาโมเดล Direct PPA ร่วม TTW และ BEM รับเทรนด์พลังงานสะอาดตามแผน PDP ใหม่ ชูงบQ1แกร่ง กำไรหลักพุ่ง 82.9%
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า จากข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ(El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H/69) บริษัทได้พัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ(Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัททั้ง 2 แห่งในสปป.ลาว
ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 72% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด
@เดินเกม Direct PPA
สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKP ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) รองรับความต้องการไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดของภาคธุรกิจเพื่อเป้าหมาย Net Zero
โดยปัจจุบัน CKP อยู่ระหว่างศึกษาโมเดล Direct PPA ร่วมกับกลุ่มบริษัทอาทิTTW BEM สอดรับกับแนวทาง ทิศทางแผน PDPฉบับใหม่ให้น้ำหนักพลังงานสะอาดมากขึ้น สร้างสมดุลทั้งความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนค่าไฟ และการเร่งใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว
@ จับตาปริมาณน้ำ
ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์CKP เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ พายุฤดูร้อนที่เกิดจากอิทธิพลมวลอากาศเย็นจากจีนปะทะอากาศร้อนสะสมในภูมิภาค ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนหนักเป็นระยะ สะท้อนว่ากำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนสู่ฤดูมรสุม” เพื่อเตรียมความพร้อมในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในช่วงไฮซีซั่น เบื้องต้นปริมาณน้ำเหนือเขื่อนไซยะบุรี และปริมาณน้ำในเขื่อนน้ำงึมยังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
@ โค้งแรกเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน(Core Net Profit) จำนวน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 82.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) หนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาท
สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่1.78 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.47 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนผลการดำเนินงานของCKPower ต่อเนื่องในปี 2569 โดยบริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีความเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง