BGRIM ลุยพลังงานสะอาดรับเศรษฐกิจฟื้น ดันกำลังผลิตพุ่งหมื่นเมกะวัตต์ตามเป้า Net Zero
BGRIM เกาะกระแสเศรษฐกิจไทยปี 69 ขยายตัว 2.5% รับอานิสงส์ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และท่องเที่ยวฟื้นตัว รุกขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ไทย-ฟิลิปปินส์-ลาว ดันปริมาณขายไฟโตสวนทางราคาก๊าซผันผวน กางโรดแมปอัดฉีดงบลงทุนในสหรัฐฯ-เกาหลีใต้-มาเลเซีย มุ่งเป้ากำลังผลิต 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573
14 พฤษภาคม 2569 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยสภาพัฒน์และธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินการขยายตัวไว้ที่ 1.5-2.5% ปัจจัยหลักมาจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงภาคการส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอัญมณีที่กลับมาคึกคัก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และเหล็กที่เริ่มขยายฐานการผลิตรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น
พลังงานหมุนเวียนหนุนวอลุ่มขายไฟโตสวนกระแสรายได้
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีปริมาณการขายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 2% แตะระดับ 3,763 กิกะวัตต์-ชั่วโมง แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวลดลง 7.1% มาอยู่ที่ 12,726 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับลดลงของราคาขายไฟฟ้าตามกลไกราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก แต่ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ายังคงเติบโตได้ดีจากการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในไทยและฟิลิปปินส์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว
ในด้านประสิทธิภาพการทำกำไร EBITDA ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% อยู่ที่ 3,795 ล้านบาท ซึ่งได้รับอานิสงส์จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขยับขึ้น 10.2% อยู่ที่ 721 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการที่ไม่กระทบกระแสเงินสด
"บี.กริม เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จในการเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่จากกลุ่มเหล็กเพิ่มขึ้น 18 เมกะวัตต์ และมีทิศทางขยายตัวต่อเนื่องตามเป้าหมายเพิ่มลูกค้าใหม่ 50-60 เมกะวัตต์ในปีนี้"
ยุทธศาสตร์ข้ามพรมแดน: สหรัฐฯ ถึง เกาหลีใต้
BGRIM เดินหน้าขยายอาณาจักรพลังงานสะอาดในระดับสากลอย่างเข้มข้น โดยในช่วงต้นปีได้เข้าลงทุนในโครงการพลังน้ำ 26 แห่งในสหรัฐอเมริกา และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในมาเลเซียที่มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 1,500 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังรุกเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานพลังงานลมในเกาหลีใต้ ผ่านการลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อสนับสนุนโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ 364.8 เมกะวัตต์
การขยายตัวนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานพลังงานหมุนเวียน และการจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อดำเนินธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในมาเลเซีย เพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมในภูมิภาค
กางแผนปี 69 นำเข้า LNG และเปิดโรงไฟฟ้าใหม่
สำหรับเป้าหมายระยะสั้นในปี 2569 BGRIM วางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 5 ลำ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านต้นทุนเชื้อเพลิง โดยคาดการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) จะทรงตัวอยู่ในระดับ 330-350 บาทต่อล้าน BTU พร้อมเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการสำคัญหลายแห่ง อาทิ:
- อินทรี บี.กริม: พลังงานแสงอาทิตย์ 80 เมกะวัตต์
- Zhongce Rubber: โซลาร์รูฟท็อปในนิคมฯ อมตะซิตี้ 35 เมกะวัตต์
- Nakwol 1 & Huong Hoa 1: พลังงานลมทั้งในและนอกชายฝั่งรวมกว่า 400 เมกะวัตต์
มุ่งสู่ 10,000 เมกะวัตต์ และ Net Zero 2050
ในระยะยาว BGRIM ตั้งเป้าหมายยกระดับฐานะสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก โดยวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตรวมเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 พร้อมประกาศเจตนารมณ์มุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593