โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทบ." แจงพบการยั่วยุ "ทหารกัมพูชา" พื้นที่โอร์เสม็ด-ช่องจอม ย้ำ "กองกำลังสุรนารี" เฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 13 พ.ค.2569 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี ตรวจพบเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้กับช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ รวม 2 เหตุการณ์ โดยในช่วงเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. หน่วยได้ตรวจพบทหารกัมพูชาประมาณ 10-15 คน พร้อมด้วยชาวต่างชาติ 2 คน มีพฤติกรรมยั่วยุ โดยเข้ามาใกล้แนวเขตลวดหนามและทำการบันทึกวิดีโอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนด้วยวาจาแต่ไม่เป็นผล จึงดำเนินการยิงเตือนจำนวน 2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และป้องปรามการกระทำที่อาจขัดต่อข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ตลอดจนเพื่อลดความตึงเครียดที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงบริเวณชายแดน

ต่อมาเมื่อเวลา 18.40 น. ที่ผ่านมา หน่วยได้ตรวจพบเหตุเพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณเดียวกัน โดยตรวจพบการยิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด จำนวนรวม 11 นัด ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่ได้มีการตอบโต้กลับ เนื่องจากประเมินว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา

โฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพบก โดยกองกำลังสุรนารี ยังคงตรึงกำลังและพร้อมปฏิบัติการทันทีหากมีการรุกล้ำอธิปไตย โดยยึดถือหลักปฏิบัติตามข้อตกลงและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งหน่วยทหารในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...