โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ผลประชุมกนง.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 เม.ย. เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 02.20 น.

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 4 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ผลการประชุม กนง. (29 เม.ย.) ผลการประชุม FOMC (28-29 เม.ย.) ตลอดจนผลการประชุมของธนาคารกลางหลายแห่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ หลังสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าเกือบตลอดสัปดาห์ สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีข่าวในเชิงบวก

โดยการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่เกิดขึ้น และแม้สหรัฐฯ จะมีการขยายเส้นตายการหยุดยิงออกไปแบบไม่มีกำหนดเพื่อเปิดให้มีโอกาสในการเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย แต่ความตึงเครียดยังคงไม่ลดระดับลง เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนหลังข้อมูลการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทยออกมาดีกว่าที่คาด ประกอบกับน่าจะมีแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อปรับโพสิชั่นก่อนการประชุม กนง. และเฟดในสัปดาห์หน้า อนึ่ง เงินบาทยังไม่ได้ตอบรับมากนักต่อข่าวที่ Moody’s ประกาศปรับ Outlook สำหรับอันดับเครดิต Baa1 ของไทยกลับมาที่ Stable

ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569 เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32.51 ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ 32.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 เม.ย.)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 7,159 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 4,260 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 4,263 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 3 ล้านบาท)

เงินบาท-กราฟค่าเงินบาท

เงินบาท:กรอบสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.70-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ผลการประชุม กนง. (29 เม.ย.) ผลการประชุม FOMC (28-29 เม.ย.) ตลอดจนผลการประชุมของ BOJ (27-28 เม.ย.) BOE (30 เม.ย.) และ ECB (30 เม.ย.)

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และอัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/2569 (Adv.) และดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิต และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันในตลาดโลก ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 ของยูโรโซน และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ

SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ โดยแม้จะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ หลังผู้ประกอบการบัตรเครดิตรายใหญ่แห่งหนึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาดประกอบกับมีข่าวการเข้าลงทุนในหุ้นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถรายใหญ่แห่งหนึ่งโดยนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็เผชิญแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว นำโดย หุ้นแบงก์ที่ขึ้นเครื่องหมาย XD และหุ้นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่แห่งหนึ่งจากปัจจัยเฉพาะตัว

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอน แม้สหรัฐฯ จะขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านไปอย่างไม่มีกำหนด ด้านอิสราเอลและเลบานอนก็ได้ขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 3 สัปดาห์ แต่ก็ยังคงไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่ นอกจากนี้แรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็มีส่วนกดดันดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,456.10 จุด ลดลง 1.78% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 57,331.11 ล้านบาท ลดลง 17.32% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.81% มาปิดที่ระดับ 215.09 จุด

กราฟตลาดหุ้นไทย

SET Index แนวรับสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (27 เม.ย.-1 พ.ค. 2569) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,430 และ 1,415 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,470 และ 1,495 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (28-29 มี.ค.) การประชุมกนง. ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมี.ค. ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม BOJ BOE และ ECB กำไรบริษัทอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2569 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 2 สัปดาห์ จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ผลประชุมกนง.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...