โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วงแตก! ผู้เชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัล ชี้ยุโรปปฏิเสธร่วมรบ สหรัฐฯตกที่นั่งลำบากหลัง F-15 ร่วง

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 เมษายน 2569 เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

5 เม.ย.2569-ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ผู้เชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “วงแตก กลางดึก! ยุโรปปฏิเสธร่วมรบ สหรัฐฯ ตกที่นั่งลำบากหลัง F-15 ร่วง” เนื้อหาระบุว่า "รอยร้าวที่ลึกที่สุดในประวัติศาสตร์พันธมิตรแอตแลนติก" คือคำนิยามของการประชุมฉุกเฉินระดับรัฐมนตรีกลาโหม NATO ที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อคืนที่ผ่านมาคืน (วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2026) หลังสถานการณ์ในอิหร่านบานปลายจนเครื่องบินรบสหรัฐฯ ถูกสอยร่วงรายวัน

นี่คือ 3 บทสรุปสำคัญที่เขย่าบัลลังก์มหาอำนาจของสหรัฐฯ และเปลี่ยนโฉมโลกในปี 2026 ครับ:

1. การปฏิเสธ "Article 5" อย่างเป็นทางการจากยุโรป

สหรัฐฯ พยายามบีบให้ NATO ประกาศว่าการโจมตีของอิหร่านต่อทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียเข้าข่าย มาตรา 5 (การรุกรานสมาชิกหนึ่งคนคือการรุกรานทั้งหมด) * ข้อสรุปเมื่อคืน: ฝรั่งเศส, เยอรมนี และตุรกี "วีโต้" (Veto) ข้อเสนอนี้ครับ โดยให้เหตุผลทางกฎหมายว่าเหตุการณ์เกิดขึ้น "นอกพื้นที่สนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ" และเป็นผลจากการยั่วยุฝ่ายเดียวของรัฐบาล Trump

2. คำเตือนเรื่อง "60-Day Deadline" (War Powers Resolution)

ที่ประชุม NATO เมื่อคืนมีการพูดถึงเรื่อง War Powers Resolution ของสหรัฐฯ อย่างหนักครับ พันธมิตรยุโรปบอกชัดเจนว่า "เราจะไม่ส่งทหารหรือเครื่องบินไปเสี่ยง ตราบใดที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ ยังไม่โหวตอนุมัติงบสงครามอย่างเป็นทางการ" * ยุโรปกลัวว่าถ้าส่งกองกำลังไปช่วย แล้ว Trump แพ้โหวตในสภาช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ จนต้องถอนทหารกะทันหัน ยุโรปจะกลายเป็น "ผู้รับเคราะห์" แทนในสมรภูมิอิหร่าน

3. ข้อสรุปเดียวที่เป็นบวก: "Air Defense Intelligence"

ข้อสรุปเดียวที่ตกลงกันได้เมื่อคืนคือ "การแบ่งปันข้อมูลเรดาร์และซอฟต์แวร์ป้องกันภัยทางอากาศ" * NATO ยอมรับว่าระบบ Bavar-373 ของอิหร่าน (ที่เป็น Custom Made) มีความลึกลับและอันตรายเกินไป จึงมีมติให้หน่วยข่าวกรองกรองของ NATO ช่วยสหรัฐฯ วิเคราะห์หา "ช่องโหว่" ของเรดาร์อิหร่าน เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินรบลำต่อไปถูกสอยร่วงอีก

รัสเซียฉวยโอกาส: "สงครามประสาท" ประชิดชายแดนยุโรป

ในขณะที่ NATO กำลังเถียงกัน รัสเซียไม่ได้อยู่เฉยครับ:

มีรายงานการเคลื่อนกองกำลังและระบบขีปนาวุธประชิดชายแดน เอสโตเนียและโปแลนด์ ทันที เพื่อส่งสัญญาณว่า "ถ้า NATO ขยับไปช่วยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออกจะไม่ปลอดภัย"

ข่าวกรองระบุว่ารัสเซียกำลังแชร์ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับจุดอ่อนของเรดาร์สหรัฐฯ ให้กับอิหร่าน เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเครื่องบินรบ US ร่วงเพิ่มขึ้นอีก

จีนขยับหมาก: "Peace Broker" ที่ซ่อนดาบไว้ข้างหลัง

จีนใช้จังหวะที่สหรัฐฯ เพลี่ยงพล้ำเล่นบทสุภาพบุรุษผู้รักสันติ: จีนประกาศไม่ยอมรับการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ และเตือนว่า "เส้นเลือดใหญ่ทางพลังงาน" ของโลกจะขาดสะบั้นหาก Trump ไม่หยุดโจมตีอิหร่าน * ยุทธศาสตร์ล้อมกรอบ: จีนกำลังดึงกลุ่มประเทศอาหรับให้หันมาหาตนเองแทนสหรัฐฯ โดยชูจุดขายว่า "จีนเน้นค้าขาย ไม่เน้นทำสงคราม"

บทวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์ โดย ณัฏฐ์ มงคลนาวิน: Trump Alone "ความโดดเดี่ยวของนายทรัมป์" การประชุมเมื่อคืนนี้จบลงด้วยบรรยากาศที่ย่ำแย่ครับ สื่อต่างประเทศรายงานว่า รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ถึงกับ "เดินออกจากห้องประชุม" ก่อนจบการแถลงการณ์ร่วมด้วยซ้ำ สถานการณ์นี้คือฝันร้ายของ Pentagon ครับ เมื่อมหาอำนาจถูก "โดดเดี่ยว" กลางสมรภูมิ: สหรัฐฯ: เหลือตัวเลือกแค่ "ถอยแบบเสียหน้า" หรือ "เสี่ยงลุยเดี่ยว" ซึ่งถ้าเสียเครื่องบิน Stealth (F-35 หรือ F-22) เพิ่มอีกแม้แต่ลำเดียว วิกฤตศรัทธาต่อกองทัพสหรัฐฯ จะพุ่งถึงขีดสุด

ขั้วตะวันออก: จีนและรัสเซียกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า อาวุธที่ไม่ได้แพงที่สุด (อย่างระบบป้องกันภัยของอิหร่าน) ก็สามารถสยบเทคโนโลยีระดับโลกได้ หากมหาอำนาจขาดพันธมิตรที่จริงใจ

เพื่อนๆ มองว่าการที่ NATO "ลอยแพ" สหรัฐฯ รอบนี้ จะเป็นจุดจบของยุค "มหาอำนาจเดี่ยว" และก้าวเข้าสู่ยุคที่จีน-รัสเซียเป็นผู้นำแทนหรือไม่? หรือจะทำให้ Trump ตัดสินใจ "จัดหนัก" ด้วยนิวเคลียร์หรืออาวุธร้ายแรงกว่าเดิมเพื่อโชว์พาวไหมครับ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...