โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน” ฟุ้ง ภท.โตได้ เพราะประชาชน ย้ำจับมือพันธมิตรดีกว่าลุยเดี่ยว "พิพัฒน์"ปัดเอี่ยวธุรกิจน้ำมัน

The Better

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
“อนุทิน” ฟุ้ง ภท.โตได้ เพราะประชาชน ยึดหลัก มุ่งมั่นทุ่มเท “พูดแล้วทำ”เพื่อประเทศชาติ-ประชาชน  เมินจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ชี้ไปคนเดียวเสี่ยงโดนแทงหลัง “พิพัฒน์” แจงปมหุ้น PT ยันลาออกมา 23 ปีแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสครบรอบพรรค ก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 ว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโตและมีการพัฒนาตัวของพรรค พัฒนาตัวขึ้นทุกปี

ขณะที่ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทยมาก็ผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง มีการเติบโตขึ้นมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุดพรรคภูมิใจไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน เพราะคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน เพิ่มมากขึ้นคนรุ่นเก่ากำลังจะถ่ายทอดงาน ประสบการณ์ และความสำนึก ให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะนำไปรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศต่อไปให้ดีที่สุดโดยหวังว่าช่วงการเปลี่ยนผ่านเหล่านี้เป็นช่วงที่ทำให้พรรคภูมิใจไทย มีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นโดยประสบการณ์และการทำงานร่วมกันระหว่างคนที่เคยปลุกปั้น พรรคนี้ขึ้นมาและทำให้ตอนนี้ กำลังจะเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ผ่านซีซั่นได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการพัฒนาเติบโตขึ้นไปอีกสองเท่าหรือไม่เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาบอกว่าโตขึ้นสองเท่าในอนุทินกล่าวว่า เราทำให้ดีที่สุดและทำด้วยความสุจริตใจและเจตนารมย์ที่มองประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด พรรคก็จะโตขึ้นเองพี่น้องประชาชนก็จะให้ทิศทางกับพรรคภูมิใจไทยซึ่งพรรคภูมิใจไทย โตมาได้ด้วยประชาชน ไม่ได้โตมาได้ด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่ายึดหลักอะไร บริหารทำให้พรรคเป็นเอกภาพ นายอนุทินกล่าวว่า ใช้หลักความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และหลักในการเชื่อว่าสมาชิกพรรค ทุกคน มีความมุ่งมั่น ทุ่มเท ตัดสินใจแล้วที่จะมาทำงานให้กับส่วนรวม ฉะนั้นสิ่งที่เขานำเสนออะไรมาทุกอย่างถ้าไม่ผิดกฏหมายหรือผิดจริยธรรมรวมถึงจรรยาบรรณ เราก็ให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อที่เขาจะสามารถนำเจตนารมณ์ ไปมอบให้กับประชาชนที่เลือกเขามา ซึ่งจะทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และได้รับความเชื่อมั่นจากสโลแกนของพรรคพูดแล้วทำ ก็ทำให้ชาวบ้านได้เห็นว่าพรรคนี้พูดอะไรแล้วทำ ทำตามสัญญาทุกอย่าง เป็นความเชื่อใจและให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยได้มาบริหารบ้านเมือง ให้กับพวกเขา

เมื่อถามว่าเห็นว่าได้รับพรอยู่ครบ 4 ปีนายอนุทินกล่าวว่า พรก็ดีที่ได้รับมาถือว่าเป็นสิริมงคล และต้องทำตัวให้ดีด้วยต้องขยันทำงานและไม่ลงไลฟ์ได้ปลื้มกับ ลาภยศ สรรเสริญ รูป รส กลิ่น เสียง ต้องคิดว่าตัวเองคือผู้ที่อาสารับใช้ประชาชนและประเทศชาติอันนี้เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่คนของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝั่งมา ห้ามมีพิธีรีตองห้ามเรื่องมาก ห้ามทำตัวเป็นคนใหญ่คนโต ประชาชนต้องมาก่อนเสมอถ้าไปเข้าคิวก็ต้องไปเข้าคิวท้ายเสมอ นี้คือสิ่งที่ที่พรรคภูมิใจไทยปลูกฝั่งให้กับพวกเราทุกคน

เมื่อถามว่าในอนาคตพรรคภูมิใจไทยจะโตจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ตนเองคิดว่า ถ้าตรงไหนเราสามารถแสวงหาความร่วมมือได้ และนำพาประเทศให้ก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า ไปคนเดียวในขณะที่ ห้า หกคน คอยเอาไม้ เอามีดทิ่มหลัง อยู่ไม่ดีหรอก ไปด้วยกันดีที่สุด

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลคิดว่าจะฝ่าวิกฤตโดยเฉพาะเรื่องพลังงานน้ำมันไปได้โดยที่ประชาชนไว้วางใจได้หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องการทำงานแก้วิกฤตและแก้ปัญหาต่างๆเป็นภารกิจอยู่แล้วและที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้แสดงให้เห็นว่าเวลามีวิกฤตต่างๆตั้งแต่สมัยสถานการณ์ โควิด-19 ภัยพิบัติ และอะไรต่างๆเราก็สามารถที่จะแก้ไขวิกฤต นั้นไปได้ด้วยดี

เมื่อถามว่าครั้งนี้ก็ยังมั่นใจจะสามารถฝ่าวิกฤตไปได้ด้วยดีใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อมีวิกฤค รัฐบาลต้องแก้วิกฤตการณ์ทุกอย่างให้ประชาชนได้

ทั้งนี้ ภายหลังการเสร็จสิ้นการทำบุญครบรอบพรรคภูมิใจไทย “ก้าวสู่ปีที่ 18” นายอนุทิน ได้เดินทางลงมาซื้อกาแฟ ที่ร้านของ น.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา โดยช่วงหนึ่งระหว่างดื่มกาแฟ ได้พูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคม

ผู้สื่อข่าวได้พยามสอบถามว่า ให้กำลังใจกันอย่างไร ในช่วงเผชิญวิกฤตราคาน้ำมัน นายกฯ ระบุว่า ไม่ต้องให้ คนทำงานให้กับบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวพยามสอบถามถึงการทำงาน ที่ไปกระทบกับความรู้สึกของประชาชน กระทบการเข้าไปใช้บริการปั๊มน้ำมัน PT และสถานการณ์ปั๊มในช่วงนี้เป็นอย่างไรที่โดนกระแสหนักในช่วงนี้ นายกฯ ถามกลับว่า เขาออกมาจาก PT ตั้งกี่ปีแล้วหล่ะ

ขณะที่นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอบไม่ถูก เพราะตนออกมาจาก PT 23 ปีแล้ว

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า เข้าไปตอนนี้ยังต้องแลกบัตรแล้ว

ส่วนกระแสแอนตี้ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายพิพัฒน์ ระบุว่า ต้องไปถามผู้บริหาร

ส่วนที่เคยระบุว่ายังมีหุ้นอยู่ ทำให้สังคมจับตามองหนักนั้น นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า การมีหุ้นก็เป็นหุ้นปกติ ส่วนสังคมจับตามองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะเราถือว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทอยู่แล้ว ขออย่าถามเยอะ เพราะบริษัทเขาอาจกังวล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...