โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

WHO ชี้ 'ไวรัสฮันตา' ระบาดบนเรือสำราญเป็น 'สายพันธุ์แอนดีส'

สวพ.FM91

อัพเดต 52 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 57 นาทีที่แล้ว

เจนีวา, 8 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (7 พ.ค.) ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่ามีการยืนยันกรณีผู้ป่วยบนเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) จำนวน 5 ใน 8 ราย ติดเชื้อไวรัสฮันตา (hantavirus) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์แอนดีส (Andes)

ทีโดรสกล่าวว่าการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือสำราญทำให้มีผู้ติดเชื้อ 8 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยผู้ป่วยที่แสดงอาการ 5 รายได้รับการยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการ ส่วนอีก 3 รายยังคงเป็นผู้ป่วยต้องสงสัย ขณะนี้ไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือที่เหลืออยู่บนเรือแสดงอาการป่วย

องค์การฯ รับทราบรายงานเกี่ยวกับบุคคลอื่นๆ ที่แสดงอาการและอาจเคยสัมผัสใกล้ชิดกับหนึ่งในผู้โดยสาร โดยแต่ละกรณียังคงอยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทีโดรสเสริมว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากระยะฟักตัวของเชื้อไวรัสสายพันธุ์แอนดีสอาจนานถึง 6 สัปดาห์ โดยองค์การฯ ประเมินความเสี่ยงด้านสาธารณสุขโดยรวมว่าอยู่ในระดับต่ำ

ปัจจุบันเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส กำลังล่องไปยังหมู่เกาะคานารี โดยผู้โดยสารบนเรือได้รับคำสั่งให้อยู่ในห้องพักของตัวเองระหว่างมีการฆ่าเชื้อ และผู้มีอาการเจ็บป่วยจะถูกแยกตัวทันที

อนึ่ง เชื้อไวรัสสายพันธุ์แอนดีส ซึ่งเป็นไวรัสฮันตาชนิดหายากที่ส่วนใหญ่พบในอเมริกาใต้ เป็นไวรัสที่แพร่กระจายโดยสัตว์ฟันแทะ และสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ในวงจำกัด โดยการระบาดในอดีตชี้ว่าการแพร่เชื้อโดยทั่วไปเกิดขึ้นจากการสัมผัสใกล้ชิดและเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในหมู่สมาชิกครอบครัวและบุคลากรการแพทย์

(แฟ้มภาพซินหัว : เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส ของเนเธอร์แลนด์จอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเมืองไพรอาของกาบูเวร์ดี วันที่ 6 พ.ค. 2026)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...