สรุปกองทุน A-AIRR ขุมพลังภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ
A-AIRR หรือ กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส ยูเอส อินดัสเทรียล เรอเนซองส์ ลงทุนแบบ Pure Play U.S. Industrial หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลาง-เล็กในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสย้ายฐานการผลิตกลับเข้าสหรัฐฯ
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลาง-เล็กในสหรัฐอเมริกา ผ่านกองทุนหลัก First Trust RBA American Industrial Renaissance® ETF (AIRR) ซึ่งเป็น Passive ETF ที่มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนติดตามผลการลงทุนของดัชนี Richard Bernstein Advisors American Industrial Renaissance® Index
รายละเอียดสำคัญอื่น ๆ
- ความเสี่ยงระดับ 7 – กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม
- นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่จ่าย
- นโยบายค่าเงิน: ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนรวม
- ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไป 500 บาท
- ค่าธรรมเนียมขาย (Front-end Fee) 1.25%
- ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (Back-end Fee) ไม่มี
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) 1.61% ต่อปี
- รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.90% ต่อปี
- ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ณ วันที่ 30/01/2026
- ศึกษารายละเอียดของกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ Finnomena FundsA-AIRR ลงทุนในอะไรบ้าง?
Top 5 Holdings ของกองทุนหลัก ณ วันที่ 31 มกราคม 2026 ประกอบไปด้วย
- C.H. Robinson นายหน้าขนส่งแบบครบวงจรที่ใหญ่สุดในสหรัฐฯ
- Sterling Infrastructure พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เน้นงาน Data Center โรงงานผลิตชิป
- Mastec รับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรมโครงสร้างชั้นนำ
- Primoris Services โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค
- Comfort Systems Usa ดูแลระบบควบคุมอุณหภูมิและระบบไฟฟ้าในอาคาร จุดเด่นกองทุน
- ลงทุนแบบ Pure Play Industrial ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดกลาง-เล็กในสหรัฐฯ
- เกาะคลื่นการเติบโตไปกับ U.S. Reshoring วัฏจักรอุตสาหกรรมรอบใหม่ที่ Trump ต้องการดึงเม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้าประเทศสหรัฐฯ
- โอกาสเติบโตตาม Megatheme ทั้งธีมอย่าง Industrial Renaissance, AI Capex และ Defense
สนใจกองทุน A-AIRR
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสารหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FinnomenaPort | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by Krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299
บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena
1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม
- วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้
- ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
- ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ
3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย
- One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
- Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
- Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ