โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วีระยุทธ” เตือนแลนด์บริดจ์ซ่อน 2 ชั้นความเสี่ยง จี้รัฐคิดรอบด้าน

INN News

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • INN News

"วีระยุทธ" เตือนแลนด์บริดจ์ซ่อน 2 ชั้นความเสี่ยง จี้รัฐคิดรอบด้าน ด้าน “ภคมน” ซัดอย่าขายฝันคนใต้ ขณะ “พิศาล” แนะใช้จุดแข็งประเทศต่อรองมหาอำนาจ

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครั้งที่ 1 ของพรรคประชาชน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความเห็นต่อโครงการแลนด์บริดจ์ ว่าขณะนี้รัฐบาลพยายามลดแรงเสียดทานของโครงการ หลังมีการมอบหมายให้ศึกษาความคุ้มค่าและรูปแบบการลงทุนเพิ่มเติมภายใน 90 วัน ซึ่งสะท้อนว่าโครงการดังกล่าวยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ พร้อมชี้ว่า นอกเหนือจากตัวโครงการแลนด์บริดจ์ ยังมี “2 ชั้นความเสี่ยง” ที่ซ้อนอยู่และไม่ควรถูกมองข้าม โดยชั้นแรกคือ การที่โครงการอยู่ภายใต้ร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(SEC) ซึ่งมีลักษณะคล้ายโครงการ EEC ในภาคตะวันออก ที่ให้อำนาจพิเศษจำนวนมาก อาจนำไปสู่การข้ามหรือผ่อนปรนกฎหมายเดิม และเสี่ยงต่อปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงผลกระทบ
เชิงพื้นที่ในระยะยาว

ส่วนความเสี่ยงชั้นที่สอง คือปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยจากรายงานล่าสุดพบว่า โครงการมีความคุ้มค่าทางการเงินค่อนข้างต่ำ อัตราผลตอบแทนอยู่เพียงประมาณ 4% และมูลค่าปัจจุบันสุทธิติดลบกว่า40,000 ล้านบาท ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ในการดึงดูดนักลงทุน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลับนำเหตุผลด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความเสี่ยงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือสถานการณ์ตะวันออกกลางมาใช้สนับสนุนโครงการ

นายวีระยุทธ เตือนว่า การอ้างเหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งทำให้ต้องระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ หากปล่อยให้มหาอำนาจเข้ามามีบทบาทมากเกินไปอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและอธิปไตยทางเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมเสนอว่าหากจะเดินหน้าโครงการ ควรวางยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยงทั้งด้านเทคโนโลยีและประเทศผู้ลงทุนอย่างรอบด้าน

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวเสริมในมุมของเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมภาคใต้ว่า พรรคไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ต้องการให้สังคม "รู้ทัน" วาระที่แท้จริงของโครงการโดยตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการอาจไม่ใช่เพียงแลนด์บริดจ์ แต่รวมถึงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภายใต้กฎหมาย SEC โดยการนำแลนด์บริดจ์มาเป็นจุดขายโดยไม่อธิบายรายละเอียดเชิงลึก ถือเป็นการ"ขายฝัน" ให้ประชาชนในพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นว่า "เม็ดเงินจะตกถึงใคร" และใครจะเป็นผู้รับประกันว่า ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ EEC จะไม่เกิดซ้ำในภาคใต้

นอกจากนี้ ยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลว่า ขาดการรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมยกกรณีการกว้านซื้อที่ดินในบางพื้นที่ เช่น จ.ระนอง ที่มีรายงานว่ามีการซื้อที่ดินแล้วกว่า 500 ไร่โดยตั้งข้อสังเกตว่าโครงการอาจถูกเร่งรัดเกินไปโดยขาดความชัดเจน เพราะการการันตีด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริง เพราะนี่คือผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน

ขณะที่นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารพรรคประชาชน ให้ความเห็นในมิติด้านการต่างประเทศว่า หากมหาอำนาจยังสนใจลงทุนในโครงการที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจต่ำ ยิ่งสะท้อนว่าประเทศไทยต้องใช้ความระมัดระวังสูง
และต้องใช้ "ไพ่" ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายพิศาลระบุว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ทรัพยากร และขนาดเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองกับมหาอำนาจได้ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยเพิ่มอำนาจ
ต่อรองของไทย หรือทำให้ประเทศกลายเป็นเพียง "ทางผ่าน" ของเศรษฐกิจโลก ซึ่งโจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง แต่คือสร้างแล้ว ไทยจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้นหรือไม่ จะเป็นประเทศที่น่าเกรงใจและดึงดูดการลงทุน
หรือกลายเป็นเพียงส่วนต่อของเศรษฐกิจโลกเท่านั้น

ทั้งนี้ พรรคประชาชน ย้ำว่า การตัดสินใจเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่เช่นแลนด์บริดจ์ ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศในระยะยาวไม่ใช่เพียงตอบโจทย์เชิงนโยบายระยะสั้นหรือแรงกดดันทางการเมืองเท่านั้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...