โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SAK ไฟแพงหนุนดีมานด์ โซลาร์รูฟดันสินเชื่อพุ่ง

ทันหุ้น

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 02.14 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. เวลา 02.14 น.

#SAK #ทันหุ้น – SAK รับอานิสงส์ค่าไฟแพง ดันดีมานด์โซลาร์รูฟบ้านพุ่ง ลูกค้าแห่ติดตั้งล้น ฟากผู้บริหาร “ศิวพงศ์ บุญสาลี” ชูโมเดล “ติดตั้งพ่วงสินเชื่อ” หลังพบลูกค้า 80-90% เลือกขอสินเชื่อควบคู่ ปักธงปีนี้ติดตั้ง 500-600 หลังคาเรือน พร้อมคงเป้าสินเชื่อโต 10% ดันพอร์ตแตะ 15,500-16,000 ล้านบาท คุม NPL ไม่เกิน 2.5%

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือโซลาร์รูฟ สำหรับที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากจำนวนลูกค้าของบริษัท ศักดิ์สยาม โซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟควบคู่กับการให้สินเชื่อ

ดีมานด์เร่งตัว

ทั้งนี้ สัญญาณความต้องการเริ่มเห็นชัดตั้งแต่เดือนมีนาคม และเร่งตัวมากขึ้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่าดีมานด์จะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูร้อน หรืออย่างช้าไปจนถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2569 เนื่องจากผู้บริโภคต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการติดตั้งจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทยอมรับว่ายังต้องบริหารจัดการสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ขณะที่ต้นทุนวัสดุและค่าแรงปรับตัวสูงขึ้นราว 20-30% ทั้งราคาแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ สายไฟ รวมถึงค่าแรงติดตั้ง แต่ปัจจัยดังกล่าวยังไม่กระทบต่อโอกาสทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งด้านการให้บริการติดตั้งควบคู่กับสินเชื่อ ส่งผลให้ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้

ปัจจุบันพบว่าลูกค้าประมาณ 80-90% ที่เข้ามาใช้บริการติดตั้งโซลาร์รูฟ เลือกใช้บริการสินเชื่อควบคู่ไปด้วย โดยบริษัทคาดว่าในปี 2569 จะสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟได้ประมาณ 500-600 หลังคาเรือน ขณะที่ราคาเฉลี่ยต่อชุดอยู่ที่ประมาณ 60,000-100,000 บาท

สำหรับภาพรวมธุรกิจสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ศักดิ์สยามลิสซิ่ง บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ประมาณ 10% อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเฝ้าระวังสัญญาณการชะลอตัวของกลุ่มลูกค้าเกษตรกร หลังได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาวะภัยแล้งในปีนี้ ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรชะลอการลงทุนออกไป

นายศิวพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากราคาปุ๋ยยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง หรือเกิดภาวะขาดแคลนปุ๋ย อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของเกษตรกรยาวไปถึงไตรมาส 3/2569 อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโต ควบคู่กับการสนับสนุนเกษตรกรไทยและประชาชนทั่วไปให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระดับชุมชน

ดันพอร์ตสินเชื่อ

บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการรูปแบบใหม่ พร้อมแสวงหาโอกาสเติบโตผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตร โดยมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมปี 2569 แตะระดับ 15,500-16,000 ล้านบาท พร้อมรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ไม่เกิน 2.5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...