"ไวรัสฮันทา" (Hantavirus) มฤตยูเงียบจากหนูสู่คน รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
"ไวรัสฮันทา" (Hantavirus) เป็นอาร์เอ็นเอไวรัสสายเดี่ยวในตระกูลบันยาไวรัส (Bunyaviridae) แม้ไวรัสกลุ่มนี้จะไม่ค่อยก่อโรคในคนบ่อยนัก แต่หากติดเชื้อขึ้นมา จะทำให้เกิดความผิดปกติรุนแรง 2 ลักษณะหลัก ได้แก่ โรคไข้เลือดออกที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย ซึ่งมักพบการระบาดในเกาหลี จีน และรัสเซียตะวันออก และ โรคทางเดินหายใจรุนแรง ที่ผู้ป่วยจะมีไข้และปอดบวมน้ำ ทำให้อาจเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งพบการระบาดมากในทวีปอเมริกาเหนือ
"หนู" พาหะตัวร้ายที่ไม่ได้ป่วยตามไปด้วย
- พาหะสำคัญของไวรัสชนิดนี้คือ "หนู" โดยเฉพาะหนูเล็กในท้องถิ่น ซึ่งน่าสังเกตว่าตัวหนูที่นำเชื้อนั้นจะไม่มีอาการป่วยใดๆ เชื้อไวรัสนี้ถูกขับออกมาทางสารคัดหลั่งของหนู ทั้งปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย
การติดต่อสู่คน
- มนุษย์สามารถรับเชื้อได้หลายทาง แต่วิธีที่พบบ่อยที่สุดคือ การสูดดมฝอยละออง ของสารคัดหลั่งหนูที่ปะปนอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสสิ่งปฏิกูลของหนูแล้วนำมาสัมผัสบาดแผลหรือเยื่อบุตา รวมถึงการถูกหนูที่มีเชื้อกัด (แม้จะพบได้น้อยกว่า) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าไวรัสฮันทาสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้
สถานการณ์ในประเทศไทย
- สำหรับในประเทศไทย แม้จะยังไม่มีรายงานการพบผู้ป่วยที่แสดงอาการรุนแรงเหมือนในต่างประเทศ แต่งานวิจัยพบว่ามี "แอนติบอดี" ต่อเชื้อไวรัสนี้ในหนูหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จึงสันนิษฐานได้ว่าไวรัสฮันทาสายพันธุ์ที่พบในไทยอาจไม่ก่อให้เกิดอาการรุนแรง หรือผู้ที่รับเชื้ออาจเป็นการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ
ดังนั้นมาตรการป้องกัน"ไวรัสฮันทา"ที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาความสะอาด ดูแลสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกบ้านไม่ให้เป็นแหล่งหนูชุกชุม เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับพาหะนำโรค"ไวรัสฮันทา"ชนิดนี้ให้ได้มากที่สุด
ขอบคุณข้อมูล ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ผู้ประพันธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง