ด่วน! DSI ออกหมายเรียก ‘รัฐมนตรีคนดัง-ครอบครัว’ รับทราบข้อหารุกที่สาธารณะ 10 โมงวันนี้
สืบเนื่องจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคดีพิเศษที่ 154/2562 โดยคดีนี้เป็นกรณีมีการกล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” โดยมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อประโยชน์ของเอกชน ซึ่งจากรายงานการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด ได้ขุดบ่อเก็บกักน้ำในที่เกิดเหตุ จำนวน 3 บ่อ โดยอ้างเอกสารสิทธิในที่ดิน และที่ดินมือเปล่า ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการช่วยเหลือผู้กระทำผิด บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ และมีการออกหนังสือแสดงสิทธิที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายในที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ดีเอสไอจึงได้ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากพบการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเห็นว่ามีบางข้อกล่าวหาที่ผู้ถูกกล่าวหามิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะรับไว้ดำเนินการ จึงมีมติส่งเรื่องกล่าวหาทั้งสำนวนคืนให้แก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง และเมื่อดีเอสไอรับเรื่องมาแล้ว พบว่ามีประเด็นที่ต้องดำเนินการรวม 6 ประเด็น ประกอบด้วย
1.ประเด็นการยึดถือครอบครองและขุดทำลายทางสาธารณประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 2.ประเด็นการดำเนินการของนายอำเภอน้ำยืนกับพวก ในการตรวจรับการคืนสภาพทางที่ถูกทำลายว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ 3.ประเด็นการยึดถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์ (หาดสวนยา) ซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของบ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 1 ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง 4.ประเด็นกล่าวหาว่าผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อรับรองในการขายที่สาธารณประโยชน์ “หาดสวนยา” โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 5.ประเด็นบริษัทเอกชนได้ทำการขุดดินถมดินออกนอกเขต น.ส.3 ก เลขที่ 1887 และใบจองเลขที่ 21 บุกรุก และการยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐซี่งเป็นป่าและที่สาธารณประโยชน์บริเวณ บ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 2 และบ่อที่ 3 และ 6.ประเด็นเจ้าพนักงานที่ดินได้ร่วมกับบริษัทเอกชนยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินโดยอ้างหลักฐานใบจองเลขที่ 21 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ คดีพิเศษที่ 154/2562 คณะพนักงานสอบสวนพบว่า นายธรรมรงค์ ทองแดง เป็นผู้ยึดถือครอบครองที่สาธารณประโยชน์หาดสวนยา (บ่อกักเก็บน้ำบ่อที่ 1) เนื้อที่ 10-1-37.7 ไร่ จึงมีความเห็นควรสั่งฟ้อง นายธรรมรงค์ ทองแดง และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 66 แต่นายธรรมรงค์ หลบหนี จึงขอศาลออกหมายจับ กระทั่งต่อมาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้อนุมัติให้แยกทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 เพื่อสอบสวนกรณีมีผู้ถูกกล่าวหารายอื่นซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 154/2562
แต่อย่างไรก็ตาม ในคดีพิเศษที่ 119/2566 นั้น คณะพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้แทนนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว (บริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด) ส่วนกรรมการผู้มีอำนาจ ประกอบด้วย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และพวก คณะพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้มีหนังสือร้องขอความเป็นธรรม โดยอ้างพยานบุคคลหลายราย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนตามประเด็นที่มีการร้องขอความเป็นธรรม จนเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 68 ดีเอสไอและพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวนได้ประชุมพิจารณาพยานหลักฐาน และมีมติที่ประชุม ให้คณะพนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม การอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศบริเวณพื้นที่มีการยึดถือครอบครอง ซึ่งทุกประเด็นอยู่ในกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรม พบข้อมูลว่าคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้มีการออกหมายเรียกให้ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย, นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือเจ๊หน่อย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด นายทุนบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” อำเภอน้ำยืน ซึ่งมีพฤติการณ์บุกรุกขุดบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ จำนวน 3 บ่อ มีเนื้อที่ประมาณ 16-1-58.4 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงงานแป้งมันจังหวัดอุบลราชธานี โดยให้ทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหา บุกรุก ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ แต่ทางผู้ถูกกล่าวหาได้พยายามส่งเอกสารขอความเป็นธรรม ทางพนักงานสอบสวนจึงให้ความเป็นธรรมและมีการเลื่อนไปเลื่อนมาจนถึงปัจจุบันนี้
อย่างไรก็ดี ล่าสุดคณะพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้นักการเมืองหญิงและครอบครัว ในฐานะกรรมการบริษัทเอกชน เข้ารับทราบข้อหาตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมายอาญา บุกรุก ยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. 69 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์ราชการฯ อาคารบี (B) ชั้น 8 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่ถูกดีเอสไอออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือกำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ (บิดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล) 2.นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือเจ๊หน่อยนายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์ (มารดาของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล) และ 3.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ซึ่งมีรายงานเบื้องต้นด้วยว่า ในส่วนของ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล ได้ส่งเอกสารขอเลื่อนการรับทราบข้อหา ขณะที่ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เนื่องด้วยอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง และยังไม่ได้แจ้งแก่พนักงานสอบสวนว่าจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ และหากจะไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนแล้วผู้ถูกกล่าวหาจะต้องมอบหมายทนายความส่งเอกสารแจ้งเหตุขัดข้องต่อพนักงานสอบสวนให้ทราบ