โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 เม.ย. 69 8:35: น.

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาทวีความตึงเครียดรอบใหม่ หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยกล่าวว่า อิสราเอลและสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการเดินหน้าถล่มเลบานอนจนยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว ขณะที่ทำเนียบขาวโต้กลับ ข่าวปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่เป็นความจริง และระบุว่า เลบานอนไม่อยู่ในเงื่อนไขหยุดยิง

ข้อตกลงหยุดยิงและการตอบโต้ระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล

  • การกล่าวหาเรื่องการละเมิดข้อตกลง: อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศวานนี้ โดยยังคงปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ขณะเดียวกันอิหร่านยังกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดหลายเงื่อนไขในกรอบข้อตกลงดังกล่าว

  • การปิดช่องแคบฮอร์มุซ: สื่ออิหร่านรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านสั่งระงับการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และขู่จะถอนตัวจากข้อตกลงที่ทำกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันว่ารายงานเรื่องการปิดช่องแคบนั้นไม่เป็นความจริง

  • การโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้น:มีรายงานการโจมตีพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียเมื่อเช้าวันพุธ และมีรายงานเหตุระเบิดบนเกาะสองแห่งของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย แม้จะมีการประกาศหยุดยิงไปแล้วก็ตาม

  • จุดยืนของอิสราเอล:เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่าอิหร่านอยู่ในสภาวะอ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา และยืนยันว่าการหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ไม่ใช่จุดจบของภารกิจ แต่เป็นเพียงการหยัดพักเพื่อบรรลุเป้าหมายในการกำจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

วิกฤตการณ์ในเลบานอน

  • ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูง:กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเผยว่าการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันพุธเพียงวันเดียวทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 182 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่เริ่มสงคราม และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 890 ราย
  • ความขัดแย้งเรื่องขอบเขตข้อตกลง:อิหร่านและฝรั่งเศสพยายามผลักดันให้การหยุดยิงครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย แต่อิสราเอลและสหรัฐฯ ยืนกรานว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้ไม่รวมถึงการสู้รบกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

บทบาทและท่าทีของสหรัฐฯ

  • การปกป้องวาทกรรมของทรัมป์:โฆษกทำเนียบขาวชี้แจง ปกป้องทรัมป์หลังขู่ว่า "อารยธรรมทั้งหมดจะดับสูญไปในคืนนี้" โดยระบุว่าเป็นวาทกรรมที่แข็งกร้าวเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ในการเจรจา และย้ำว่าทรัมป์ไม่ได้ยอมรับข้อเสนอของอิหร่าน แต่เป็นฝ่ายบีบให้อิหร่านยอมรับความเป็นจริง
  • คำชี้แจงจากรองประธานาธิบดี:เจดี แวนซ์ ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่เคยให้สัญญาว่าจะรวมเลบานอนเข้าในข้อตกลงหยุดยิง และมองว่าความวุ่นวายในช่วงแรกของการหยุดยิงเป็นเรื่องปกติที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว
  • ความเคลื่อนไหวในสภา:สส. พรรคเดโมแครตเตรียมผลักดันมติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) ในเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เพื่อจำกัดอำนาจของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม โดยมองว่าการหยุดยิง 2 สัปดาห์นั้น ไม่เพียงพออย่างยิ่ง

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และ NATO

  • ความผิดหวังของพันธมิตร:มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการ NATO ยอมรับว่าทรัมป์ผิดหวังกับพันธมิตร NATO หลายประเทศที่ไม่สนับสนุนในประเด็นอิหร่าน
  • การขู่ถอนตัว:ทรัมป์โพสต์ข้อความโจมตี NATO ว่าพึ่งพาไม่ได้เมื่อคราวจำเป็น และเคยขู่ว่าจะพิจารณาถอนสหรัฐฯ ออกจากกลุ่มพันธมิตร แม้ว่าในทางกฎหมายจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก็ตาม

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและท่าทีของกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย

  • ปฏิกิริยาตลาดทุน: ตลาดหุ้นในเอเชียและยุโรปพุ่งสูงขึ้นขานรับข่าวหยุดยิง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังคงสูงกว่าระดับก่อนสงคราม
  • ข้อเรียกร้องจาก UAE: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เรียกร้องให้อิหร่านชดใช้ค่าเสียหายจากการโจมตีในภูมิภาคตลอดเดือนที่ผ่านมา และต้องการความชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงจะรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างไร

ที่มา CBS News

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...