โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พายุอ่าวเปอร์เซียและวิกฤตความเหลื่อมล้ำ: เมื่อ "กองทุนน้ำมัน" ล่มสลาย แต่ "โรงกลั่น" กำไรพุ่งทะยาน รัฐบาลควรทำอะไร?

The Better

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 02.44 น. • THE BETTER
นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล ณ วันที่ 26 มีนาคม 2026 กำลังก้าวข้ามจุดที่ยากจะหวนกลับ การเผชิญหน้าในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็น "สึนามิทางเศรษฐกิจ" ที่กำลังซัดถล่มโครงสร้างพลังงานของไทยอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมีน้ำมันดิบ Dubai (ดูไบ) เป็นตัวแปรหลักที่พุ่งทะยานยืนเหนือ $133.40 ต่อบาร์เรล

1. จุดชนวนเดือด: เมื่อความรุนแรงถูกยกระดับเกินกว่าการทูต
เหตุการณ์สังหาร พลเรือตรี Alireza Tangsiri ผู้บัญชาการทหารเรือ IRGC ของอิหร่านโดยอิสราเอล คือจุดเปลี่ยนสำคัญ (Point of No Return) ที่ลบความหวังเรื่องการจบสงครามในระยะสั้นทิ้งไปทันที เนื่องจากการสูญเสียผู้นำที่คุมช่องแคบฮอร์มุซบีบให้อิหร่านต้องตอบโต้อย่างรุนแรงเพื่อรักษาศักดิ์ศรี ยุทธศาสตร์การปิดช่องแคบฮอร์มุซและเลือกปฏิบัติกับเรือบรรทุกน้ำมัน กลายเป็นอาวุธที่อิหร่านใช้ต่อรองกับโลก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบฝั่งเอเชียตึงตัวอย่างหนัก

2. ความจริงที่ถูกซ่อนไว้: ราคาดีเซล 59 บาท และกองทุนน้ำมันในห้อง ICU
หากพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมันไทยแบบไม่มีการอุดหนุนและเก็บภาษีในอัตราปกติ โดยอิงจากโครงสร้างต้นทุนจริง ณ วันที่ 26 มีนาคม 2026 จะพบตัวเลขที่น่าตกใจดังนี้:
| รายการต้นทุน (ดีเซล) | ราคา (บาท/ลิตร) |
|---|---|
| ต้นทุนเนื้อน้ำมัน (Ex-Refinery) อิงตลาดสิงคโปร์ | 46.59 |
| ภาษีสรรพสามิต (อัตราปกติ) | 5.99 |
| ภาษีเทศบาล (10% ของสรรพสามิต) | 0.60 |
| กองทุนอนุรักษ์พลังงาน | 0.005 |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7% ของราคาส่ง) | ~3.72 |
| ค่าการตลาดปั๊ม (รวม VAT) | 2.14 |
| สรุปราคาหน้าปั๊มที่ควรจะเป็น (ถ้าไร้การอุดหนุน) | ~59.05 |
ราคาปัจจุบันที่ 41.05 บาทเกิดขึ้นได้เพราะการ "ควักเนื้อ" ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก:

* ภาวะติดลบวิกฤต: กองทุนฯ ติดลบทะลุ -35,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกเพื่ออุ้มราคาดีเซลสูงถึง 2,000 - 2,400 ล้านบาทต่อวัน

* สายป่านสุดท้าย: วงเงินกู้ฉุกเฉิน 30,000 ล้านบาทจะหมดเกลี้ยงภายใน 15 วัน การขึ้นราคา 6 บาทรวดเดียวเมื่อเช้าคือหลักฐานว่ารัฐบาลกำลังถึงทางตันในการแบกรับหนี้สาธารณะก้อนนี้

3. เอฟเฟกต์โดมิโน: วิกฤตค่าครองชีพที่ลามสู่ทุกโต๊ะอาหาร
เมื่อราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของระบบเศรษฐกิจพุ่งสูงขึ้น ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่หัวจ่ายน้ำมัน แต่กำลังสร้างแรงกระแทกต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ (Domino Effect) ในทุกมิติ:

* ต้นทุนโลจิสติกส์และขนส่ง: น้ำมันคือต้นทุน 40-50% ของการขนส่ง เมื่อดีเซลขยับ ค่าระวางสินค้าและค่าจัดส่งพัสดุจะดีดตัวตามทันที ส่งผลให้ราคาสินค้าทุกชนิดในห้างสรรพสินค้าและตลาดสดต้องปรับขึ้นตามต้นทุนแฝงนี้

* ราคาอาหารและสินค้าเกษตร: เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนค่าน้ำมันสำหรับเครื่องจักรและรถไถ ขณะที่ต้นทุนขนส่งวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูง ผลที่ตามมาคือ "ภาวะอาหารแพง" (Agflation) ตั้งแต่ผัก ไข่ไก่ ไปจนถึงเนื้อสัตว์ ซึ่งกระทบต่อปากท้องของประชาชนโดยตรง

* ค่าไฟฟ้าและบริการสาธารณะ: การใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมที่แพงขึ้นจะถูกผลักภาระมายังค่า Ft ในบิลค่าไฟของประชาชนในรอบถัดไป รวมถึงค่าโดยสารสาธารณะที่เตรียมปรับตัวเพิ่มขึ้น สร้างภาวะ "เงินเฟ้อฝังตัว" ที่ลดทอนกำลังซื้อของประชาชนอย่างรุนแรง

* วิกฤตชนชั้นกลางและกลุ่มเปราะบาง: คนทำงานที่มีรายได้คงที่ต้องเผชิญกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นทุกทิศทาง ขณะที่เงินในกระเป๋าเท่าเดิม นำไปสู่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงและความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ฉีกกว้างขึ้น

4. เจาะลึกกำไรลาภลอย (Windfall Profit): ความเหลื่อมล้ำกลางวิกฤต
ในขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ล่มสลายและประชาชนแบกรับค่าครองชีพที่พุ่งสูง แต่กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันกลับได้รับอานิสงส์อย่างมหาศาล:

* ค่าการกลั่น (Refinery Margin) พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: ปัจจุบันค่าการกลั่นพุ่งไปถึง 6.33 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าระดับปกติถึง 3 เท่า นี่คือส่วนต่างกำไรที่โรงกลั่นได้รับท่ามกลางความเดือดร้อนของประชาชน

* ราคา "ทิพย์" (Parity Pricing): โครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นไทยยังคงอิงราคาตลาดสิงคโปร์บวกค่าขนส่งและประกันภัยเสมือนว่านำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งที่กลั่นในประเทศ นี่คือต้นทุนแฝงที่ซ้ำเติมผู้บริโภคโดยตรง
ซึ่งในประเด็นนี้ทางกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันออกมาชี้แจงว่า ค่าการกลั่นไม่ใช่กำไรสุทธิของโรงกลั่น เพราะยังมีต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น 5 เท่าค่าประกันภัยในพื้นที่สงครามที่พุ่งสูงขึ้น 100 เท่า และอื่นๆ แฝงอยู่ในค่าการกลั่นด้วย (ภาพประกอบ)

5. ยุทธศาสตร์หยุดเลือดไหลและสนับสนุนอย่างเฉียบคม
รัฐบาลต้องเลิกใช้วิธีการอุดหนุนแบบหว่านแห และหันมาใช้มาตรการเชิงรุกที่ทรงพลังเพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ:

* เก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax): เรียกเก็บภาษีพิเศษจากกำไรส่วนเกินของโรงกลั่นในอัตราอย่างน้อย 3 บาทต่อลิตร เพื่อดึงเงินกลับมาเติมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันทันทีวันละกว่า 300 ล้านบาท

* รื้อโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น: ยกเลิกการบวกค่าขนส่งทิพย์จากสิงคโปร์ เพื่อลดราคาต้นทุนหน้าโรงกลั่นลงทันที 1.50 - 2.00 บาทต่อลิตร

* Targeted Subsidy (การสนับสนุนเฉพาะจุด): เลิกตรึงราคาให้ทุกคน แต่ใช้ระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือคูปองพลังงานสนับสนุนกลุ่มขนส่งสินค้าจำเป็น กลุ่มเกษตรกร และรถสาธารณะโดยตรง เพื่อหยุดวงจรโดมิโนของค่าครองชีพ

บทสรุป
วิกฤตครั้งนี้ใหญ่เกินกว่าที่กองทุนน้ำมันจะแบกรับได้เพียงลำพัง หากรัฐบาลยังปล่อยให้กลุ่มทุนพลังงานกอบโกยกำไรส่วนเกินท่ามกลางภาวะสงคราม โดยไม่กล้าแตะต้องโครงสร้างราคาที่อยุติธรรม สงครามในตะวันออกกลางอาจไม่ใช่ภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุด แต่เป็นวิกฤตความศรัทธาและความล่มสลายทางเศรษฐกิจในประเทศที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Korn Pongjitdham, M.D.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...