โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เวียดนาม” ยกเลิก 3 ภาษีน้ำมัน สู้วิกฤตพลังงาน ราคาเบนซินลดลงทันที 19%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 07.43 น.

"เวียดนาม" ประกาศยกเลิกภาษีน้ำมัน 3 ประเภท ได้แก่ ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต สู้วิกฤตพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินลดทันที 19%

วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 11.34 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามปรับตัวลดลงถึง 19% ในวันศุกร์ หลังรัฐบาลเวียดนามประกาศยกเลิกภาษีหลายประเภท ได้แก่ ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงอากาศยาน เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่วิกฤตตะวันออกกลางยังไม่มีแนวโน้มยุติ

มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากอินเดียประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินจาก 13 รูปี เหลือ 3 รูปี และยกเลิกภาษีดีเซล 10 รูปี เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานเช่นกัน

ในขณะที่ประเทศไทย ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลหน้าปั๊มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 18% หลังรัฐบาลลดการอุดหนุนน้ำมัน และหันไปใช้มาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่มแทน เช่น ผู้ประกอบการรถบรรทุก เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย

เวียดนามลดภาษี หวังสกัดวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันเบนซิน RON95-III ของเวียดนาม อยู่ที่ประมาณ 24,330 ดองต่อลิตร หรือประมาณ 0.92 ดอลลาร์ ลดลง 28% จากระดับสูงสุดในวันอังคาร แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามสหรัฐ–อิสราเอลโจมตีอิหร่านประมาณ 21% โดยมาตรการลดภาษีจะมีผลจนถึงวันที่ 15 เมษายน

รัฐบาลเวียดนาม ระบุว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกมองว่าเป็นคอขวดพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

กระทรวงการคลังเวียดนาม ระบุว่า การลดภาษีดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้งบประมาณประมาณ 7.2 ล้านล้านดองต่อเดือน แต่ถือว่าเป็นเงินจำนวนมากที่ช่วยลดภาระประชาชนและช่วยภาคธุรกิจให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้

อย่างไรก็ตาม ราคาดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูง โดยอยู่ที่ประมาณ 35,440 ดองต่อลิตร เพิ่มขึ้นถึง 81% จากก่อนเกิดสงคราม และลดลงเพียง 11% จากจุดสูงสุด

เวียดนามพึ่งพาน้ำมันนำเข้า

เวียดนามเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบสุทธิ โดยในปีที่แล้วนำเข้าน้ำมันดิบ 14.2 ล้านตัน ซึ่งประมาณ 80% มาจากคูเวตก่อนเกิดสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เวียดนามส่งออกน้ำมันประมาณ 2.5 ล้านตัน ส่วนใหญ่ไปออสเตรเลียและไทย

โรงกลั่นน้ำมัน Nghi Son ซึ่งเป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ระบุว่ากำลังผลิตน้ำมันเต็มกำลังในเดือนมีนาคม และมีน้ำมันดิบเพียงพอสำหรับเดินเครื่องถึงปลายเดือนพฤษภาคม โดยได้รับน้ำมันดิบจากคูเวตครั้งล่าสุดในช่วงกลางเดือนมีนาคม

ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม การนำเข้าน้ำมันดิบของเวียดนามลดลง 7% เหลือ 2.8 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซินและดีเซล เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้รัฐบาลเวียดนามยังขอให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านมากขึ้น เพื่อลดการใช้พลังงาน ขอความช่วยเหลือจากญี่ปุ่น สายการบินเริ่มลดเที่ยวบิน

นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฝ่าม มินห์ จิ๋ง ได้ส่งจดหมายถึง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม ขณะเดียวกันผลกระทบจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น ทำให้สายการบินเวียดนามหลายแห่งเตรียมลดเที่ยวบินตั้งแต่เดือนหน้า

  • Vietnam Airlines อาจลดเที่ยวบินไป-กลับได้ถึง 1,700 เที่ยวต่อเดือนในไตรมาส 2
    • Vietjet เตรียมลดจำนวนเที่ยวบินทั้งเครือข่ายลง 18% ในเดือนเมษายน
    • Pacific Airlines อาจลดกำลังการบิน 8–30%
    • Bamboo Airways อาจลดเที่ยวบินมากกว่า 50%
    • Sun PhuQuoc Airways ยังบินตามปกติวันละ 60 เที่ยว เพราะมีเชื้อเพลิงพอถึงปลายเมษายน
    • Vietravel Airlines จะยังคงบินวันละ 12–14 เที่ยวในเดือนเมษายน

สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนว่าวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง ทั้งราคาพลังงาน การบิน การนำเข้า และนโยบายภาษีของประเทศในเอเชียอย่างชัดเจน

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...