“ยุโรป” เตือนสงครามสหรัฐ-อิหร่านเป็นหายนะเศรษฐกิจโลก เตรียมกดดันสหรัฐให้หาทางออก
"ยุโรป" เตือนสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก เตรียมกดดันสหรัฐให้หาทางออกจากสงคราม
วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 15.46 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บรรดาประเทศยุโรปในกลุ่ม G7 เตือนก่อนการประชุมสำคัญที่ฝรั่งเศสว่า สหรัฐและอิสราเอลทำสงครามกับอิหร่านกำลังสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ ได้แก่ สหรัฐ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น เตรียมประชุมกันเป็นเวลา 2 วัน โดยสงครามในอิหร่านและยูเครนจะเป็นประเด็นหลักของการหารือ
ผู้นำและรัฐมนตรีของยุโรปได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามก่อนการประชุม และคาดว่าจะกดดันให้สหรัฐหาทางออกจากสงครามกับอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่การหยุดยิงยังอยู่ในทางตัน และมีความเสี่ยงที่จะยกระดับสงครามหากมีการส่งทหารภาคพื้นดิน
บอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี กล่าวอย่างชัดเจนว่า สงครามครั้งนี้เป็นหายนะต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมระบุว่า ตั้งแต่ต้น ยุโรปและเยอรมนีไม่ได้รับการปรึกษาก่อนการทำสงคราม และย้ำว่านี่ไม่ใช่สงครามของเรา
ราคาพลังงานโลกปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอิหร่านและประเทศอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศและการตอบโต้ของอิหร่าน
ขณะเดียวกันการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลก ทำให้อุปทานพลังงานโลกตึงตัวอย่างมาก ผู้นำสหภาพยุโรประบุว่าสถานการณ์พลังงานขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤต
รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ได้เปลี่ยนลักษณะไปแล้ว และผลกระทบทางเศรษฐกิจก็เปลี่ยนไปด้วย โดยปัจจุบันกำลังการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเสียหายหรือถูกทำลายไปแล้วประมาณ 30-40% ขณะที่กำลังการผลิตก๊าซประมาณ 17% ถูกทำลาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 3 ปีในการฟื้นฟู
ด้าน จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ระบุว่า วิกฤตในตะวันออกกลางเป็นวิกฤตที่กระทบทุกประเทศ และหากสงครามยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เปราะบาง เช่น ประเทศในแอฟริกา
ขณะเดียวกันมีสัญญาณว่าสหรัฐกำลังมองหาทางออกจากสงคราม โดยรัฐบาลสหรัฐระบุว่ามีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านผ่านตัวกลาง และได้ส่งข้อเสนอแผนสันติภาพให้อิหร่านพิจารณา
อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐ แต่ยืนยันว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐโดยตรง และการส่งข้อความผ่านประเทศตัวกลางไม่ได้หมายความว่ามีการเจรจา ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่า อิหร่านจะปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของสหรัฐ และเสนอเงื่อนไขของตนเอง ซึ่งรวมถึงการให้อิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อสหรัฐส่งทหารเพิ่มอีกหลายพันนายเข้าสู่ภูมิภาค ซึ่งอาจถูกใช้ในการปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม เช่น การยึดเกาะน้ำมันคาร์ก หรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาล้มเหลว
ในขณะเดียวกัน ประเทศในกลุ่ม G7 ดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของสหรัฐไม่มากนัก โดยเฉพาะหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์พันธมิตร NATO ที่ไม่เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหาร
ผู้นำยุโรปหลายประเทศจึงส่งสัญญาณไม่ต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามที่พวกเขามองว่าเป็นสงครามที่เลือกทำ ไม่ใช่สงครามที่จำเป็น และย้ำว่ายุโรปไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงครามและไม่ได้รับการปรึกษาล่วงหน้า
อ้างอิง : cnbc.com