ส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 โตสูงกว่าตลาดคาด
#ทันหุ้น-มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 31,583 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะหดตัว 10.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยสูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน (Bloomberg consensus) หากหักการส่งออกอัญมณี ทองคำ และเครื่องประดับ พบว่าสินค้าส่งออกพื้นฐานยังขยายตัวได้ดีที่ 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะหดตัว 6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน สะท้อนแรงขับเคลื่อนจากภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การนำเข้ายังคงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวกว่า 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน (หรือขยายตัว 8.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน) ส่งผลให้ไทยยังคง ขาดดุลการค้า 10,021.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลสะสม 4 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มเป็น 19,497.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ผลบวกจากการส่งออกต่อเศรษฐกิจโดยรวมยังมีจำกัด
การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง สะท้อนผ่านภาคการผลิต
แม้ตัวเลขส่งออกขยายตัวแรง แต่ภาคการผลิตในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวที่ไม่กระจายตัวทั่วถึง สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมโดยรวมที่ยังขยายตัวไม่ถึง 1% บ่งชี้ว่าการเร่งตัวของการส่งออกอาจยังไม่ส่งผ่านไปยังกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริงภายในประเทศได้เต็มที่ ภาพดังกล่าวยังตอกย้ำความเป็นไปได้ที่ตัวเลขส่งออกอาจได้รับอิทธิพลจากธุรกรรมลักษณะ Transshipment บางส่วน ซึ่งทำให้การเติบโตของมูลค่าส่งออกสูงกว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
การส่งออกเดือนเมษายน 2569 ได้แรงหนุนหลักจาก สินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ขยายตัวสูงถึง 64.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สอดคล้องกับอุปสงค์ตลาดโลกที่ยังแข็งแกร่งตามเทรนด์เทคโนโลยี AI และการลงทุนด้าน Data Center สินค้าสำคัญที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (+68.7%) ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (+37.3%)ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ (+185.3%) แผงวงจรไฟฟ้า (+19.4%) วงจรพิมพ์ (+43.1%) เครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์ (+153.8%) เซมิคอนดักเตอร์ (+16.5%) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ (+37.6%)
สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังมีโมเมนตัมเชิงบวก อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เม็ดพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงเครื่องจักรและส่วนประกอบ ซึ่งล้วนขยายตัวในกรอบ 6–30% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านการส่งออกรถยนต์ เริ่มเห็นภาพการฟื้นตัวบางส่วน โดย รถปิกอัพขยายตัว 53.1% จากแรงหนุนของตลาดออสเตรเลียและเม็กซิโก ขณะที่รถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาปยังหดตัว 32.2% สวนทางกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ขยายตัว 24.6% แม้มูลค่ายังไม่สูงมาก แต่สะท้อนทิศทางเชิงบวกตามการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
เกษตรได้แรงหนุนจากทุเรียนสด ส่วนอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว
สินค้าเกษตรโดยรวมกลับมาขยายตัวที่ 17.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากแรงหนุนหลักของทุเรียนสด ที่ขยายตัวกว่า 109.5% โดยจีนยังเป็นตลาดหลักคิดเป็นกว่า 98% ของมูลค่าส่งออกทุเรียนสดทั้งหมด
ในทางกลับกัน สินค้าเกษตรหลักหลายรายการยังหดตัวตามราคาตลาดโลก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรโดยรวมหดตัว 8.9% จากการส่งออกน้ำตาลทรายและผลไม้แปรรูปที่ลดลง
คาดส่งออกปี 2569 โตระดับสองหลัก แต่ผลต่อ GDP ยังจำกัด
ทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่าการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากการคลี่คลายของความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การผ่อนคลายนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ ภายใต้กรอบ Global tariff framework รวมถึงการฟื้นตัวของวัฏจักรภาคการผลิตโลกในช่วงครึ่งหลังของปี
ภายใต้กรณีฐาน คาดว่ามูลค่าส่งออกไทยทั้งปี 2569 จะขยายตัวราว 11.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ดี ผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยอาจยังไม่สูงมากนัก จากการนำเข้าที่มีแนวโน้มขยายตัวแรง โดยเฉพาะสินค้าทุนและเครื่องจักรเพื่อรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างอย่าง Transshipment ที่อาจจำกัด Contribution ของ Net exports ต่อ GDP ไทยในระยะถัดไป