STANLY พรีวิวงบไตรมาส 1/2570 คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY
#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #STANLY พรีวิวงบไตรมาส 1/2570 คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ : แม้ว่า STANLY จะสร้างเซอร์ไพร้ส์เชิงบวกในด้านเงินปันผล แต่เรามองว่าปัจจัยบวกดังกล่าวได้สะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว โดยนับตั้งแต่การประกาศเงินปันผลสำหรับงวด 2HFY69 ราคาหุ้น STANLY ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 215 บาท มาอยู่ที่ 255 บาท หรือปรับตัวขึ้นมากถึง 40 บาท ซึ่งมากกว่าเงินปันผลที่จะจ่ายจริงสำหรับงวด 2HFY69 ที่ 17 บาท/หุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 ก.ค.) ทำให้เรามองว่า ตลาดได้รับรู้ประเด็นบวกดังกล่าวไปมากแล้ว ด้วยเหตุนี้ เราจึงปรับลดคำแนะนำสำหรับ STANLY เป็น NEUTRAL (จาก OUTPERFORM) โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 245 บาท อิง PE ที่ 9.2 เท่า
ปัจจัยบวกจากเงินปันผลที่แข็งแกร่งสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว; ปรับลดคำแนะนำเป็น NEUTRAL แม้ว่า STANLY จะสร้างเซอร์ไพร้ส์เชิงบวกในด้านเงินปันผล แต่เรามองว่าปัจจัยบวกดังกล่าวได้สะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว โดยนับตั้งแต่การประกาศเงินปันผลสำหรับงวด 2HFY69 ราคาหุ้น STANLY ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 215 บาท มาอยู่ที่ 255 บาท หรือปรับตัวขึ้นมากถึง 40 บาท ซึ่งมากกว่าเงินปันผลที่จะจ่ายจริงสำหรับงวด 2HFY69 ที่ 17 บาท/หุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 8 ก.ค. และจ่ายวันที่ 24 ก.ค.) ทำให้เรามองว่าตลาดได้รับรู้ประเด็นบวกดังกล่าวไปมากแล้ว เราจึงปรับลดคำแนะนำสำหรับ STANLY เป็น NEUTRAL (จาก OUTPERFORM) โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 245 บาท อิง PE ที่ 9.2 เท่า (-0.5SD)
แนวโน้ม 1QFY70: คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ เราคาดว่ากำไรปกติ 1QFY70 (เม.ย.–มิ.ย. 2569) ของ STANLY จะเติบโตเล็กน้อย YoY แต่จะลดลง QoQ โดยการเติบโตของกำไรเมื่อเทียบ YoY หลักๆ จะได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นผ่านมาตรการควบคุมต้นทุน ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทำให้ราคาเม็ดพลาสติก (20% ของวัตถุดิบ) สูงขึ้น และยอดขายที่อ่อนตัวลงตามภาวะการผลิตรถยนต์ของไทยที่ชะลอตัว ทั้งนี้ การผลิตรถยนต์ของไทยในเดือนเม.ย. ทรงตัว YoY แต่ลดลง 18% YoY ในเดือนพ.ค. ในขณะที่กำไรที่ลดลง QoQ จะเกิดจากปัจจัยฤดูกาล เนื่องจากมีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเม.ย.
คงประมาณการกำไร เราคงประมาณการกำไรปกติสำหรับปี FY2570 (เม.ย. 2569–มี.ค. 2570) ไว้ที่ 2.1 พันลบ. เพิ่มขึ้น 8% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือยอดขายที่เติบโต 7% YoY ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ของไทยที่เราคาดว่าจะเติบโต 2% มาอยู่ที่ 1.49 ล้านคันในปี 2569 รวมถึงคำสั่งซื้อใหม่สำหรับชุดโคมไฟและการขยายเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การฉีดขึ้นรูปชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับรถจักรยานยนต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในช่วง 2HFY70 เราใช้สมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นคงที่ที่ 22.8% เพื่อสะท้อนจุดแข็งของ STANLY ในการจัดหาวัตถุดิบเองและใช้เครือข่ายของ Stanley Group ที่จะทำให้ราคาวัตถุดิบไม่ผันผวนรุนแรงเท่ากับราคาตลาด
ปรับประมาณการเงินปันผลสำหรับปี FY2570 เพิ่มขึ้น เงินปันผลงวดครึ่งปีหลังมักจะสูงกว่างวดครึ่งปีแรก เราปรับสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 77% (อิงจากค่าเฉลี่ย 5 ปี) จากเดิมที่ 66% เราประเมินเงินปันผลต่อหุ้นสำหรับปี FY2570 ที่ 21 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 8.2% ทั้งนี้ STANLY จ่ายเงินปันผลปีละสองครั้ง และในอดีตที่ผ่านมามักจะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังมากกว่างวดครึ่งปีแรก
ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง คือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อรถยนต์ และราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เรามองว่าความเสี่ยง ESG ที่สำคัญ คือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (E)