โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ มอบนโยบาย ‘มหาดไทย’ สั่งผู้ว่าฯ ทำงานเชิงรุก รับมือภัยพิบัติ-ยาเสพติด-อาชญากรรม

The Reporters

อัพเดต 15 มิ.ย. เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. เวลา 04.42 น.

‘อนุทิน’ มอบนโยบาย ‘มหาดไทย’ สั่งผู้ว่าฯ ทำงานเชิงรุก รับมือภัยพิบัติ-ยาเสพติด-อาชญากรรม ย้ำไม่ยอมให้ต่างชาติรังแกคนไทย กำชับอย่าการ์ดตกเรื่องความมั่นคง ชู “ไทยช่วยไทยพลัส” เร่งเข้าถึงสวัสดิการรัฐ

วันนี้ (15 มิ.ย. 69) เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยก่อนเริ่มมอบนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้นำยืนสงบนิ่ง ถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดประชุมว่า วันนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการมอบนโยบายและกำหนดทิศทางแก่กระทรวงมหาดไทยได้รับทราบ หลังจากช่วงที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น เพื่อกระชับมิตรและสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีผลต่อประชาชนถึงระดับชุมชนหมู่บ้าน ทั้งในมิติด้านความมั่นคงและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อย่างการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ได้มีการสร้างความเข้าใจหลายเรื่อง และยังได้ตอกย้ำขอรับการสนับสนุนในการเข้าร่วม OECD ซึ่งจะสามารถยกระดับความเชื่อถือของไทยในระดับนานาชาติ เพราะหากไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกในอนาคตจะถูกกีดกันนโยบายทางการค้า การลงทุน รวมถึงการทำสัญญาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระดับภาคีและพหุภาคี

ดังนั้น จึงต้องช่วยกันยกระดับธรรมาภิบาลในทุกมิติ โดยเฉพาะความโปร่งใสและการปลอดคอร์รัปชันในทุกรูปแบบภายใต้แนวทาง “มหาดไทยใสสะอาด” อีกเรื่องคือการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป เพื่อให้สินค้าของไทยมีอิสระที่มากขึ้น ชวนนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น การโปรโมตผ้าไทย เพื่อให้จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับด้านนี้พัฒนาส่งเสริมให้ไปถึงตลาดและเป้าหมายใหม่ ๆ

นอกจากนี้ การเดินทางไปที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามได้จับมือกันในฐานยุทธศาสตร์รอบด้าน เพื่อให้ทั้ง 2 ประเทศร่วมกันแข่งขันกันในตลาดโลกมากขึ้น ในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องดูแลคนในบ้าน ต้องทำให้ประชาชนเข้มแข็ง สุขภาพดี มีความปลอดภัย การศึกษาต้องเข้าถึง หากเราทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นไม่ได้ ต่อให้มีโอกาสสูงคนของเราก็จะคว้าไว้ไม่ได้ เพราะไม่มีความพร้อม ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดโอกาส ถ้าประชาชนยังถูกคุกคามด้วยยาเสพติด มีความยากจน คนเจ็บป่วยไม่ได้รับการดูแล ก็ไม่สามารถไปต่อยอดพัฒนาอะไรได้

นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและทุกองคาพยพให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีเงินใช้ มีความปลอดภัย ให้คุณภาพได้ยกระดับ ส่วนของนโยบายเร่งด่วน เรามีนโยบายมหาดไทย 5 พลัส เป็นกรอบการทำงานที่ครอบคลุมในทุกมิติ และช่วงนี้ขอให้ทุกจังหวัดให้ความสำคัญกับนโยบาย “ไทยช่วยไทยพลัส” เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้โดยตรงแก่ประชาชน ขอให้อำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้าน และให้การสนับสนุนในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยขอให้หลีกเลี่ยงคำว่าบัตรคนจน เพราะนโยบายนี้จะทำให้เขามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พ้นจากคำว่าคนจนให้ได้ภายใต้การบริหารจัดการของพวกเรา

“ห้ามบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนเราก็มีคำว่า คนไข้อนาถา แต่เมื่อได้ยกระดับการรักษาพยาบาลขึ้นมา บัตรทอง บัตร 30 บาท ให้บริการด้านสาธารณสุขให้ประชาชนอย่างครบถ้วนแล้ว จนไม่มีคำว่า คนไข้อนาถา ดังนั้น การให้ประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ที่รัฐจัดให้ ก็ขอให้เร่งสั่งการไปยังนายอำเภอ ปลัดอำเภอ เพื่อตรวจสอบว่า หากเข้าไทยช่วยไทยพลัสไม่ได้ ก็ให้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า อีกเรื่องที่จะการ์ดตกไม่ได้เลย คือเรื่องภัยพิบัติ เพราะตอนนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว ปภ. ต้องขันน็อตเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า เตรียมพร้อมด้านการช่วยเหลือ หลังมีบทเรียนจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่แม้การช่วยเหลือจะพร้อมแต่วงจรด้านปัจจัย 4 ต่าง ๆ ช่วงวิกฤติถูกตัด จึงเดือดร้อนอย่างมาก ดังนั้น ขออย่าให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก โดยไม่ใช่การติดต่อแค่ห้างใหญ่ แต่ต้องติดต่อระดับผู้ผลิต เพื่อให้การส่งต่อไปยังพื้นที่เกิดเหตุอย่างทันท่วงที ไม่ให้ประชาชนอดอาหาร แม้เราไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ต้องไปศึกษาโครงสร้างพื้นฐาน ทางหนีทีไล่ และแผนการป้องกัน ความร่วมมือแต่ละจังหวัดให้ดี มีสิ่งใดที่ต้องขอสนับสนุนจากส่วนกลางขอให้แจ้งมาทันที

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงระบบ Cell Broadcast ที่ใช้มา 2 ปี และอาจจะต้องมีการอัปเกรดซอฟต์แวร์ ยกระดับให้การเตือนภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด ตรงไหนที่ต้องใช้เทคโนโลยี ให้ใช้อย่างเต็มที่ พร้อมกำชับเรื่องการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง ตามนโยบายรัฐบาลใน 9 ประเด็น ทั้งการบุกรุกที่ดินสาธารณะ อาชญากรรมออนไลน์ ธุรกิจนอมินีที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การฟอกเงิน การปราบปรามอันธพาล การจัดการหนี้นอกระบบ ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงผ่านข้อมูลด้านความมั่นคง ที่ได้มีการประชุมเวิร์กช็อปร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้มีการสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างจริงจังตามมิติ 3 ด้าน

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในลักษณะทีมจังหวัด โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชนเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะยาเสพติดและอันธพาล รวมไปถึงการบุกรุกที่ดินสาธารณะ และธุรกิจนอมินี ตลอดจนอาชญากรรม การกระทำความผิดต่อกฎหมายทุกประเภท โดยต้องสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องใส่ใจให้มาก ๆ หากมีกรณีเกิดเหตุ in คดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องใช้กลไกในการประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทหาร และศาล ซึ่งเรื่องนี้หากเราทำสำนวนไม่แน่น โดยยกตัวอย่างกรณีการเกิดเหตุที่เกาะพะงัน ที่มีชาวต่างชาติได้ขับจักรยานยนต์ชนแพทย์ และสุดท้ายเสียชีวิตถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ ซึ่งตอนที่จับตัวได้ก็มีการเบ่งกันอีก

นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ให้ทราบกันไว้ก่อน เอาให้ตนพ้นไปก่อน ท่านค่อยไม่ต้องทำเรื่องนี้ ผมจะไม่มีวันยอมให้คนต่างชาติมารังแกคนไทย นี่ถือเป็นนโยบายสำคัญของตน ในหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบก็ขอให้ยึดนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด หากมีเหตุการณ์อุกฉกรรจ์เช่นนี้ ผู้ต้องหาสามารถประกันตัวได้ด้วยวงเงิน 100,000 บาท ตนถือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานไม่เต็มที่ ไม่ว่าจะบอกว่าอำนาจของท่านมีแค่ไหนก็ตาม อำนาจมันอยู่ในกระดาษ แต่บารมีอยู่รอบตัวท่าน ความใส่ใจอยู่รอบตัวท่าน ก็ต้องขอจริง ๆ ว่า ต้องมีการดำเนินการทุกอย่างให้คนเห็น ต้องเอาใจประชาชน ต้องทำให้ความหวั่นเกรง ความเสียขวัญของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งความโกรธของเขาให้ลดลง ไม่ใช่ไปเพิ่มความโกรธให้เขา บางทีได้รับรายงานกลับมาว่า มีการประกันตัวไปแล้ว แต่ตนไม่เห็นหนังสือสักฉบับ จากกระทรวงมหาดไทยหรือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ๆ ไปถึงผู้ที่มีอำนาจในการคัดค้านประกันตัว ซึ่งเราต้องไม่อนุมานไปก่อนว่าทำไปก็ไม่ใช่อำนาจของเรา เดี๋ยวเขาก็ให้ อันนั้นเป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องทำอย่างเต็มที่

ในส่วนที่เรารับผิดชอบดูแล ซึ่งตนไม่ได้ตำหนิ แต่ผมว่าเลย พอได้ฝากข้อมูลไปหลายครั้งแล้ว โดยฝากผ่านอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และเวลาที่ตนเขียนไลน์ไป ต้องขอความกรุณาให้ตอบกลับมาอธิบายด้วย

“อย่าเอาแต่ครับทราบครับปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ หรือส่งสติกเกอร์โค้งมาเท่านั้น ไม่พอ เพราะผมไม่รู้ว่าท่านทำอะไร ผมติดตามต่อไม่ได้ ผมจะได้ไปช่วยคุยกับหน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อ เพราะหากมีการประสานที่ดี ผู้ว่าฯ คัดค้าน ตำรวจคัดค้าน อัยการคัดค้าน ศาลคัดค้าน ทหารคัดค้าน มันก็จะมีน้ำหนัก ทำให้ผู้ที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีความต่าง ๆ ให้ความสำคัญต่อแรงกดดันของสังคม ไม่ใช่เป็นการชี้นำ แต่เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติหน้าที่ที่จะต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และปกป้องประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ซึ่งได้มีการมาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้วระหว่างผู้ว่าฯ กับผู้การฯ และเราก็จะมีการประชุมลักษณะเช่นนี้อีก ซึ่งครั้งแรกเห็นผู้ว่าฯ นั่งโต๊ะผู้ว่าฯ ผู้การฯ ก็นั่งโต๊ะคู่กัน ซึ่งยังไม่มีการรวมกัน จึงต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า จะใช้เวลาในช่วงนี้ทำให้การทำงานของทั้งสองฝั่งเชื่อมประสานกันเป็นหนึ่งให้ได้ โดยตนก็ดูแลรับผิดชอบด้านความมั่นคงในฐานะนายกรัฐมนตรี การทหารตนก็กำกับดูแล เราไม่มีรองนายกด้านความมั่นคง เพราะขึ้นตรงรัฐมนตรีทั้งทหาร ยุติธรรม ตำรวจ มหาดไทย และฝ่ายปกครอง เพราะหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ขว้างงูไม่พ้นคอ เพราะของท่านทั้งสี่ขาคือองคาพยพของตน ในการไปแก้ปัญหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...