โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมการปกครองสนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ ‘ปิดฉากแรงเงา’ ฟัน 17 หมายจับเครือข่ายทุจริตสวมบัตรโรฮิงญา สั่งให้ออกจากราชการทันที

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
กรมการปกครองสนธิกำลังเปิดปฏิบัติการ ‘ปิดฉากแรงเงา’ ฟัน 17 หมายจับเครือข่ายทุจริตสวมบัตรโรฮิงญา สั่งให้ออกจากราชการทันที

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่ ห้องประชุม ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), วิทยา นีติธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการปิดฉากแรงเงา ภายใต้การนำของหน่วย DOPA N.I.C.E. เพื่อปราบปรามเครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตจัดทำบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แก่แรงงานต่างชาติโดยมิชอบ

จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้จับกุมนายหน้าค้าแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบขนชาวโรฮิงญา ในความผิดฐานช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างชาติให้พ้นจากการจับกุม รวมถึงคดีทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว

จากการตรวจค้นตัวผู้ต้องหา พบข้อพิรุธสำคัญคือ บุคคลดังกล่าวถือครองบัตรประจำตัวถึง 2 ใบ ได้แก่

  • บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 00)
  • บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0)

ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจึงได้ประสานส่งข้อมูลให้กรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวทั้ง 2 ใบดังกล่าว

กรมการปกครอง โดยคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพฤติการณ์ทุจริต โดยในช่วงปี พ.ศ. 2564 – 2565 ได้เป็นผู้จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0) ให้แก่บุคคลต่างชาติจำนวนมากถึง 240 ราย

กรมการปกครองจึงนำข้อมูลประสานกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล พบว่ามีภาพใบหน้าและลายนิ้วมือตรงกับบุคคลต่างชาติสัญชาติเมียนมาที่มีหนังสือเดินทางอย่างน้อย 12 ราย

จากพยานหลักฐานที่รัดกุม กรมการปกครองได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดอนสัก เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำไปสู่การอนุมัติ ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 17 หมายจับ ครอบคลุมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า เจ้าบ้าน และแรงงานต่างชาติชาวเมียนมา

สำหรับการดำเนินการขั้นเด็ดขาด มีมาตรการดังต่อไปนี้:

  • ด้านทะเบียนราษฎร: กรมการปกครองสั่งยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการทางทะเบียนทั้ง 12 รายโดยทันที พร้อมออกคำสั่งระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนของกลุ่มต้องสงสัยอีก 240 ราย
  • ด้านวินัยข้าราชการ: มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
  • ด้านการฟอกเงิน: สำนักงาน ปปง. จะเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์และขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้สิ้นซาก

นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า กรมการปกครองจะเดินหน้าสอบสวนขยายผลคดีนี้อย่างต่อเนื่อง หากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐรายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยและทางอาญา พร้อมสั่งให้ออกจากราชการทันที

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองจะไม่ปกป้องคนผิด เพราะกรมทำงานเพื่อประชาชน เราจะไม่ยอมให้ผู้ใดฉวยโอกาสจากงานทะเบียนไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำร้ายประชาชนของเราแม้แต่รายเดียว ผู้กระทำผิดทุกคนต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...