โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯเดินหน้า ‘ฟลัดเวย์อยุธยา’ ย้ำลงทุนโครงสร้างถาวรดีกว่าจ่ายเยียวยาชาวบ้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นายกฯ เดินหน้าแผนบริหารจัดการน้ำฟลัดเวย์ อยุธยา ย้ำความคุ้มทุน ไม่ต้องจ่ายเยียวยาชาวบ้านปีละ 4 หมื่นล้าน ลงทุนโครงสร้างถาวรเกิดประโยชน์ช่วยเกษตรกรได้มากกว่า

เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการฟลัดเวย์ (Floodway) เพื่อป้องกันอุทกภัย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า โครงการดังกล่าวได้เริ่มต้นดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่ผ่านมาประสบปัญหาความล่าช้าจากปัจจัยแทรกซ้อนหลายประการ ทั้งสถานการณ์โควิด-19 อุทกภัย อุบัติภัย และปัญหาสงคราม รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการก่อสร้าง จนรัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาขยายระยะเวลาสัญญาให้ตามสถานการณ์ แต่ในปัจจุบันจะต้องมีการบริหารจัดการใหม่เพื่อไม่ให้เกิดการขยายเวลาออกไปอีก

นายกฯ ยังกล่าวถึงแนวทางการเร่งรัดโครงการว่า สำหรับโครงการที่มีความเกี่ยวเนื่องกันเป็นลำดับขั้นตอน หากโครงการลำดับแรกยังไม่แล้วเสร็จจนเป็นอุปสรรคต่อโครงการถัดไป จะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น หรือหากโครงการใดสามารถดำเนินการแบบคู่ขนาน (Overlap) กันได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ ก็จะพิจารณาดำเนินการไปพร้อมกันทันที ส่วนประเด็นแหล่งเงินงบประมาณนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรือเงินงบประมาณปกติ รัฐบาลจำเป็นต้องผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นเนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ย้ำว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำมีความคุ้มค่ามากกว่าการจ่ายเงินเยียวยาในระยะยาว เนื่องจากทุกปีรัฐบาลต้องใช้งบประมาณกว่า 30,000 40,000 ล้านบาท สำหรับการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมขังเกิน 3 วัน ซึ่งหากนำงบประมาณส่วนนี้มาลงทุนในโครงสร้างถาวรจะเกิดประโยชน์มากกว่า ไม่เพียงแต่ช่วยเกษตรกรในการจัดเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ แต่ยังสามารถผันน้ำส่วนเกินออกสู่ทะเลได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งพื้นที่เกษตรกรรมและเขตเมือง

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างนั้น โครงการในหลายพื้นที่ได้เริ่มต้นดำเนินการแล้ว อาทิ โครงการในพื้นที่อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีถึง 7 โครงการ รวมถึงการดำเนินงานในส่วนของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง ที่เข้ามาดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในเขตพื้นที่เมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจและชุมชนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งเป็นการบูรณาการภาพรวมการป้องกันน้ำท่วมทั้งระบบ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...